เขานาคเกิด

Search :
Phuket Travel
Browse by alphabet
Browse by location
Increase your business opportunities today by listing in Phuket Business Directory
Khao Nak-Kerd Travel Story
เขานาคเกิด

คราวนี้จะพาเพื่อนๆ ไปไหว้พระ และชมวิวกันที่เขานาคเกิด อันเขานาคเกิดนี้ กรมป่าไม้เค้าจัดให้เป็น หนึ่งในป่าสงวนแห่งชาติของภูเก็ต (ประเภทป่าบก) จากที่มีทั้งหมด 16 ป่า แยกเป็นป่าบก 9 แห่ง และป่าชายเลน 7 แห่ง

ลักษณะทั่วไปป่าสงวนแห่งชาติเขานากเกิด ตามคำจำกัดความ ของกรมป่าไม้ คือ ป่าเขตร้อนชื้น ค่อนข้างรก ด้านล่างมีไม้เล็กๆ รกทึบ ซึ่งส่วนใหญ่ป่าแบบนี้ จะอยู่แถบภูเขา หุบเขา (ในภูเก็ตก็จะมีแถบเขาพระแทว เขานาคเกิด และเขาบางคู)

สภาพอุดมสมบูรณ์ ของป่าแถบนี้
   

ไหนๆ ก็เข้าเรื่องที่มีสาระกันแล้ว อยากจะให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับป่าในภูเก็ต ให้ครบถ้วนเลยแล้วกัน นอกจากป่าสงวนแล้ว จังหวัดภูเก็ตยังมีป่าไม้ถาวรอีก 15  แห่ง   และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ   ป่าเศรษฐกิจ   ที่มอบให้   สปก. (สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร)   นำไปปฏิรูปที่ดินอีกจำนวน  3  แห่ง   โดยป่าไม้ถาวร   ประกอบด้วยป่าสน   ป่าเลน   ป่าเขา   มีเนื้อที่ทั้งสิ้น  27,937.50  ไร่   และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเศรษฐกิจ ที่มอบให้   สปก.   นำไปปฏิรูปที่ดิน   ประกอบด้วย   ป่าเทือกเขาและป่าเขา   มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น  46,837.50  ไร่

ทิวเขาสวยงาม ของเทือกเขานาคเกิด
   

เขานาคเกิด นอกจากจะโด่งดัง เป็นที่รู้จักจากเรื่องราวของ สปก. แล้ว ก็ยังเป็นที่รู้จักกันด้านที่เกี่ยวกับ พระพุทธศาสนาอีกด้วย (อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล) หลังจากได้ไปค้นคว้าข้อมูลมาพอสมควร สามารถสรุปเรื่องราวได้ว่า แต่เดิมในสมัยสุวรรณภูมิอันรุ่งเรือง (ตรงกับพุทธพรรษาที่ 44 พรรษา) แห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ปัจจุบัน ชาวภูเก็ตได้ส่งตัวแทน ไปอัญเชิญเสด็จพุทธองค์ มาโปรดชาวเมือง

เมื่อพระองค์เสด็จมา พร้อมพระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ ที่แรกที่เสด็จก็คือ บริเวณเกาะแก้วพิสดาร (อยู่บริเวณแหลมพรหมเทพ) ได้ทรงแนะนำข้อธรรม แก่ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงขอให้พระองค์ ประทับรอยพระพุทธบาทไว้ เป็นเครื่องสักการบูชาที่ริมน้ำ และที่สันเกาะบนก้อนหินใหญ่อีก 1 คู่ ขนาดเท่าครึ่งของคนปกติ แล้วเรียกขานต่อๆ มาว่า “ รอยพระพุทธบาทเกาะแก้วพิสดาร ”

   
เกาะแก้วพิสดาร หน้าแหลม พรหมเทพ

เมื่อขึ้นมาโปรดสัตว์ ที่ริมหาดแผ่นดินใหญ่ ชาวบ้านจึงกราบทูล ขอรอยพระหัตถ์ไว้อีก 1 รอย แถวนั้นจึงเรียกกันว่า “ เราไหว้ ” เนื่องจากเป็นสถานที่ที่กราบไหว้พระพุทธเจ้า และรอยพระหัตถ์ ต่อมาเมื่อกาลเวลาผ่านไป คนลืมรอยพระหัตถ์ไปแล้ว ประกอบกับสำเนียงพื้นเดิมเปลี่ยนไป คำว่า “ เราไหว้ ” จึงสั้นลง คือ สระ “ -เ ” หายไปเหลือแต่ “ รา ” และ พยัญชนะ “ ห ” หายไปเหลือแต่ “ ไว ” กลายเป็น “ ราไวย์ ” หรือหาดราไวย์ ในปัจจุบัน (ตำนานเรื่องนี้ อาจแตกต่างจากเรื่องของตายมดึงอยู่บ้าง แต่คงจะไม่ทำให้เกิดการถกเถียง ทางวิชาการ ถึงขนาดไปออกรายการถึงลูกถึงคน ของเฮียสรยุทธเค้านะคะ)

   
หาดราไวย์

ต่อมาพุทธองค์ ได้เสด็จตามคำเชิญของเทวดาและนาค (บางคนก็ว่านาคผัวเมีย) จากริมหาดราไวย์ มาโปรดบนยอดเขา โดยประทับที่โขดหินใหญ่บนยอดเขานั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสสั่งสอนพระธรรม แก่เหล่าเทวดาและนาค จนเข้าใจในพระธรรมไปเกิดจุติในสรวงสวรรค์ ที่บารมีธรรมสูงขึ้น มีรัศมีกายสว่างไสว ดังดอกไม้ไฟที่พุ่งสู่ท้องฟ้า ชาวบ้านซึ่งอยู่ใกล้บริเวณนั้น ได้เห็นปรากฏการณ์แห่งจิตวิญญาณนั้น (ดั่งบ้องไฟพญานาคที่ จ.หนองคาย) จึงขนานนามยอดเขานั้นว่า “ นาคเกิด ” ส่วนเหล่านาคที่ยังไม่เข้าสู่ เทวธรรมชั้นสูง ก็ได้ทูลขอรอยพระบาท แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสักการบูชาแก่ต่อไป ได้แก่ รอยประทับนั่งของพระพุทธองค์ รอยพระหัตถ์ และรอยพระพุทธบาท

เป็นอย่างไรบ้าง กับประวัติอันยืดยาว (หวังว่าคงไม่เบื่อเสียก่อนนะ) น่าเสียดาย ที่วันนั้นไปเขานาคเกิด ไม่ได้ศึกษาเรื่องราวไปก่อน เลยไม่ได้ไปดู รอยพระบาทของพระพุทธเจ้า ว่าประดิษฐานอยู่ที่ไหน แต่เท่าที่ไปวันนั้นก็สุขใจมากแล้ว กับบรรยากาศ ที่สดชื่นและสงบร่มเย็น ของบริเวณยอดเขาแห่งนี้ ไปคราวหน้ารับรองไม่พลาดแน่นอน

เขานาคเกิดนี้ เป็นยอดเขาที่สูงมาก และน่าจะสูงที่สุดในภูเก็ต (จากการพิสูจน์ด้วยสายตา) ตั้งอยู่ในเขตติดต่อกัน ระหว่างตำบลกะรน และตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต แต่ทางขึ้น หากไปทางตำบลฉลอง จะสะดวกและง่ายดายกว่า โดยไปตามเส้นทางในซอยยอด เสน่ห์ (หมู่ 10 ) ระยะทางจากปากซอย ถึงยอดเขาก็ประมาณ 6 กม.

จากยอดเขา มองเห็น สะพานหินด้วย
   

เส้นทางในช่วงแรกนั้น ลาดยางอย่างดี ถึงแม้ถนนจะแคบไปบ้าง เพราะเป็นถนนในหมู่บ้าน แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็กลายเป็นถนนลูกรังธรรมดา หากใครขับรถเปิดประทุน หรือนั่งกระบะหลัง ทางที่ดีน่าจะเตรียม ผ้าปิดจมูก หรือผ้าคลุมหัวไปด้วย มิฉะนั้นจะกลายเป็น ชาวต่างชาติโดยไม่รู้ตัว เพราะหัวได้ผ่านการย้อม (แดง) โดยไม่ต้องพึ่งร้านเสริมสวยเลยทีเดียว (ร้านขาประจำรู้เข้าโกรธแย่เลย)

หากใครกลัวหลงทาง ก็ให้ขับตามธงธรรมจักรไป เพราะเค้าจะมีการปักธง บอกทางเป็นระยะๆ (ไม่ทราบว่าทางอบต. หรือทางกรรมการฯ) ระหว่างทางบรรยากาศรอบๆ ร่มเย็นและร่มรื่นมากเลย เพราะสองข้างทาง เต็มไปด้วยต้นไม้ และสวนของชาวบ้าน จะให้ดีต้องขับรถช้าๆ หน่อย ฝุ่นจะได้ไม่ฟุ้ง

ขับรถมาประมาณ 15-20 นาที ก็จะมาถึงยอดเขา บนยอดเขาเค้าได้จัดสร้างอาคารชั่วคราว และประดิษฐาน พระพุทธรูปปางต่างๆ เจ้าแม่กวนอิม พระรูปของพระเจ้าตากสิน รัชกาลที่ 5 พระองค์เจ้ากรมหลวงชุมพรฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ไว้ สำหรับให้ผู้มาเยือนได้สักการะ โดยจะมีโต๊ะบริจาค สำหรับทอนแผ่นทอง และทำบุญตามจิตศรัทธา เพื่อที่จะนำแผ่นทอง และปัจจัยที่ได้ ไปจัดสร้างองค์พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

   
ภายใน อาคารชั่วคราว
ภาพนี้ถ่าย จากอาคารชั่วคราว วิวข้างล่าง เป็นวัดฉลอง ที่เห็นไกลๆ คือตัวเมืองภูเก็ต
   

เมื่อพูดถึงการสร้างองค์พระ ก็คงต้องกล่าวถึง รายละเอียดในการจัดสร้าง เพิ่มเติมสักเล็กน้อย (ประดับความรู้) พระที่จะสร้างบนยอดเขานี้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งพูดได้ว่าใหญ่ที่สุด ของภูเก็ตเลยทีเดียว ทางคณะกรรมการจัดสร้าง ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐบาล ภาคเอกชน ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ได้สร้างเพื่อให้เป็น พระพุทธรูปประจำเมืองภูเก็ต นามว่า " พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีร" ( หน้าตักกว้าง 25.45 เมตร สูง 45 เมตร) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

   
รูปจำลอง องค์พระพุทธ มิ่งมงคลเอกนาคคีรี

สำหรับที่ดินทั้งหมด ที่จะจัดสร้างองค์พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี และศาสนสถานนั้น ได้รับการบริจาค จากคุณวิจิตร เครือแก้ว ซึ่งเป็นผู้ครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ โดยคุณวิจิตร ได้บริจาคที่ดินให้กับวัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน และทางวัดก็ได้จัดพิธีรับมอบที่ดิน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2540

บริเวณประดิษฐาน องค์พระพุทธ มิ่งมงคลเอกนาคคีรี
   

วันที่ไปนั้น การจัดสร้างองค์พระ ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากพระท่านองค์ใหญ่มาก จึงต้องทำการหล่อทีละชิ้นส่วน แล้วค่อยนำไปประกอบกัน สำหรับผู้ที่สนใจจะบริจาค ปัจจัยในการสร้างองค์พระ ก็สามารถบริจาคได้ (ไม่บังคับกัน) โดยโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหน้าโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เลขที่ 495-2-04400-8 ชื่อบัญชี "พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี"

องค์พระ ต้องทำการหล่อ ทีละส่วน แล้วค่อยมา ประกอบกัน
   

จากที่จอดรถ หลังจากที่ได้บูชาพระพุทธรูปปางต่างๆ และบูชาพระรูปของพระเจ้าตากสิน รัชกาลที่ 5 พระองค์เจ้ากรมหลวงชุมพร ฯลฯ ในอาคารชั่วคราวแล้ว ก็เดินขึ้นบันไดต่อไป เพื่อไปยังยอดเขา (จริงๆ) ระหว่างทาง จะมีรูปหล่อพระแม่ธรณี รูปจำลองขององค์พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี และรูปหล่อของพระเกจิอาจารย์อีกหลายท่าน พร้อมคำบูชาไว้พร้อมสรรพ

หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด และสมเด็จ พระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
   
   
สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี, หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง และพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์
พระพุทธรูปปางต่างๆ และพระสีวลี
   

ระหว่างทางเดินไปสู่ยอดเขานั้น วิวสวยมากๆ มองเห็นตัวเมือง และทะเลฝั่งตะวันตกของภูเก็ต วันนี้อากาศดี เลยเก็บภาพมาฝากกัน แถมคมชัดซะด้วย ไม่เสียเที่ยวจริงๆ ได้มาไหว้พระ ขอพร แล้วก็เก็บภาพสวยๆ มาทำงานได้อีก เย้...

ดอกหญ้า ริมทางสวยมาก เลยถ่ายไว้รูปนึง
   
ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง
   
   
ส่วนหนึ่งของ
หาดกะตะ
   
ไว้สร้างเสร็จ เมื่อไหร่ จะเก็บภาพ มาฝาก
แน่นอน

คราวนี้พอก่อนแล้วกันนะจ๊ะ ไว้วันไหนเค้าสร้างพระเสร็จแล้ว จะพาเพื่อนๆ มิตรรักนักอ่านทั้งหลาย มาเยี่ยมชมที่นี่กันใหม่ อย่าลืมนัดละกัน เที่ยวนี้แค่นี้ก่อนนะ สวัสดีจ้า...

ข้อคิดเห็น - เขานาคเกิด

เตรียมพร้อมก่อนไป :
  • กล้องถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพวิวสวยๆ
  • หากมีกล้องส่องทางไกลยิ่งดี
  • แผนที่ (จะได้ทราบว่าทิศไหนเป็นอะไร)
  • เช็คสภาพรถอย่างละเอียด เพราะเส้นทางลาดชันมาก
ชอบมาก :
  • วิวสวยมาก มองเห็นเกือบทุกมุมของเกาะภูเก็ต
ข้อควรจำ :
  • ไม่สะดวกที่จะไปด้วยรถมอเตอร์ไซด์ หรือนั่งกระบะหลัง เพราะทางเป็นถนนดินแดง อาจได้กินฝุ่น




by: Torquoise
story@phuketindex.com

Change to your language

Advertisement