ประเพณีกินผัก / กินเจ ตอนที่ 3 (Phuket Vegetarian - Chapter Three)

Search :
Phuket Travel
Browse by alphabet
Browse by location
Increase your business opportunities today by listing in Phuket Business Directory
Home > Photo & Stories > Phuket Travel Stories > Phuket Vegetarian Festival
Phuket Vegetarian Festival Travel Story

ประเพณีกินผัก / กินเจ ตอนที่ 3 (Phuket Vegetarian - Chapter Three)

เมื่อเรารู้ความเป็นมา และทำความเข้าใจ ในคำศัพท์ เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลา ที่เราจะนำเรื่องราวที่เกี่ยวกับ การปฏิบัติตน สำหรับผู้ที่จะร่วมพิธี ถือศีลกินผัก และพิธีกรรม ใน ประเพณีกินผัก มาฝากกันบ้าง

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่จะร่วมพิธีกินผัก
1. บุคคลที่อยู่ระหว่างการไว้ทุกข์ ห้ามเข้าร่วมพิธีกินผักโดยเด็ดขาด
2. บุคคลที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ กำลังจะคลอดบุตร เข้าร่วมพิธีกินผักได้ แต่จะไปไหว้พระที่ศาลเจ้า หรือไปดูการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในขณะที่พระลงที่ศาลเจ้าไม่ได้ (ห้ามเข้าไปในศาลเจ้าเลย)
3. บุคคลที่มีประจำเดือน เข้าร่วมพิธีกินผักได้ แต่จะไปไหว้พระที่ศาลเจ้า หรือไปดูการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในขณะที่พระลงที่ศาลเจ้าไม่ได้ (ห้ามเข้าไปในศาลเจ้าเลย)
4. บุคคลที่เข้าร่วมพิธีกินผัก ห้ามร่วมประเวณีโดยเด็ดขาด
5. บุคคลที่เข้าร่วมพิธีกินผัก ห้ามดื่มของมึนเมา โดยเด็ดขาด
6. บุคคลที่เข้าร่วมพิธีกินผัก ห้ามรับประทานอาหารคาว และ ผักที่มีกลิ่นแรง เช่น หอม กระเทียม หลักเกียว (ผักคล้ายกระเทียมขนาดเล็ก) กุยช่าย (ผักไม้กวาด) ผักชี เครื่องเทศที่เผ็ดร้อน ใบยาสูบ โดยเชื่อว่าผักเหล่านี้ เป็นของคาว ที่เพิ่มความกำหนัด (บ้างก็ว่า มาจากตำนานที่ว่า พืชผักกลุ่มนี้ เกิดมาจากเลือดของสัตว์)
7. บุคคลที่เข้าร่วมพิธีกินผัก ต้องชำระร่างกายให้สะอาด ก่อนเข้าพิธี และรักษาความสะอาด ของร่างกายอยู่เสมอ
8. บุคคลที่เข้าร่วมพิธีกินผัก ต้องประพฤติชอบทั้งกาย วาจา และใจ

นอกจากนี้ บางคนก็ยังเชื่อว่า ห้ามทัก หรือ เรียกชื่อม้าทรง เวลาที่กำลังลงพระ (เทพเจ้าเข้าประทับร่าง) หรือแสดงอิทธิฤทธิ์ ทรมานตัวเองอยู่ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ ม้าทรงเจ็บตัวได้

พิธีกรรมประเพณีที่ถือปฏิบัติ

ก่อนวันเริ่มงาน
ทางศาลเจ้าจะจัดการ ทำความสะอาดรอบบริเวณ ทั้งภายในและภายนอก พร้อมประชุม ในเรื่องสิ่ง ที่ต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน

การจัดเตรียมอาหารแห้ง ธูปเทียน กระดาษทอง และการรับบริจาคสิ่งของ
จัดเตรียมอาหารประเภท ฟังทอง ฟักเขียว เต้าหู้ยี้ หัวผักกาดดอง เต้าเจี้ยว ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว เกลือ น้ำตาล ข้าวสาร น้ำมันพืช เป็นการล่วงหน้าเป็นพิเศษ (คิดว่าน่าจะเพราะกลัวผักขาดตลาด) ส่วนพืชผักต่างๆ หรือสิ่งของอื่นๆ ใกล้ถึงวันงานแล้ว จึงสั่งทยอยกันมาเรื่อยๆ เช่น ธูปใหญ่-เล็ก กระดาษทองใหญ่-เล็ก ลูกประทัด รูปโก้ยห่าน เป็นต้น

วันทำความสะอาด (ล้างศาลเจ้า)
ก่อนพิธีกินผัก 3 วัน ทางศาลเจ้า และประชาชนทั่วไป จะมาช่วยกันล้างศาลเจ้า(ล้างอ๊าม) ทำความสะอาด รวมถึงการล้างถ้วยชาม ภาชนะต่างๆ และสิ่งของที่ต้องใช้ในงานย้ายรูปพระ ติดผ้าม่านประตู

วันยกเสาโก้เต้ง (เสาธงเทวดา)
ทางศาลเจ้าจะจัดเตรียมของบูชา เช่น ผักแห้ง ผลไม้สด และขนมต่างๆ ที่ใช้เฉพาะพิธีกรรม ติดกระดาษเหลือง (เลี่ยนตุ่ย) ตามประตูและสถานที่ต่างๆ ภายในบริเวณศาลเจ้า

พิธียกเสาโก้เต้ง
ก่อน 5 โมงเย็น ผู้มีหน้าที่จะให้เด็กตีฆ้องจีน (โหล) ไปตามถนน (ปัจจุบันไม่ต้องเดินไปตามถนน) ร้องบอกประชาชนให้ไปช่วยขึ้นเสาเทวดา และกิ่วอ๋องต่ายเต่ (คี้โก้เต้ง) เมื่อประชาชนได้ทราบข่าว ก็จะมายังศาลเจ้า ครั้นได้เวลา เจ้าหน้าที่เลอไท(ฮวดกั้ว) ทำพิธีเชิญประชาชนให้ช่วยกันดึงเชือก และใช้ไม้ค้ำยันเสาขึ้นเป็นที่เรียบร้อย จึงนำตะเกียงน้ำมันทั้งเก้าดวง ที่เตรียมไว้ขึ้นสู่ยอดเสา ก่อนทำพิธีเชิญพระกิ้วอ๋องต่ายเต่เข้าศาลเจ้า

ประชาชนที่มีรูปเทพเจ้าบูชา ตามบ้านเรือน หรือ ตามห้างร้านค้าจะจุดธูป 3 เล่ม บอกกล่าวอัญเชิญเทพเจ้าทั้งหลาย ไปร่วม พิธีกินผัก ที่ศาลเจ้าซึ่งเป็นมณฑลพิธี

พิธีโก้ยเช่งเหี้ยว(เครื่องหอมศาลเจ้า)

ช่วงระยะเวลาตอนค่ำ ทางเจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการผู้รับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องในงานพิธีกินผัก ได้จัดเตรียมสิ่งของทุกชนิด ที่ใช้ในพิธีการ และใช้สักการบูชาทุกหน้าพระ (ตั๋ว) ทุกแห่ง

ครั้นเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่เลอไท (ฮวดกั้ว) จะทำพิธีไหว้เทพเจ้าตามหน้าที่ พระหรือเทพที่ประทับ อยู่ในศาลเจ้าให้รับทราบ ขั้นตอนถึงเวลาจะทำพิธีหม้อไฟไม้หอม โก้เซ่งเหี้ยว หรือว่าเส้เจ่ง หรือ หม้อไฟเครื่องหอม รมภายในโรงครัวศาลเจ้า ที่พักผู้ประทับทรง และตามบริเวณศาลเจ้า แล้วจึงนำไปว่างไว้ ที่โต๊ะพิธีเชิญเทวดา มาเป็นประธานในพิธี และทำพิธีเชิญพระราชาธิราชทั้งเก้า ซึ่งได้จัดเตรียมไว้หน้าศาลเจ้า

พิธีเชิญยกอ๋องส่งเต่(พระอิศวร)

ครั้นถึงเวลา 00.15 น. เที่ยงคืนของวันขึ้น 1 ค่ำ(ตามปฏิทินจีน) คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่เลอไท (ฮวดกั้ว) ทำพิธีไหว้เทพเจ้า ตามพระที่ประทับอยู่ในศาลเจ้า ให้รับทราบถึงขั้นตอน เมื่อทำพิธีเชิญยกอ๋องส่งเต่(พระอิศวร) โดยการเสี่ยงทาย (ปั๋วะโป้ย) เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนั้นจึงอัญเชิญ หม้อไฟไม้หอม กระถางธูป และชื่อเทวดาไปประดิษฐาน บนแท่นบูชา ซึ่งทางศาลเจ้าได้เตรียมไว้

พิธีเชิญกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์)

หลังจากเชิญเทวดา(ยกอ๋องส่งเต่) มาร่วมในพิธีแล้ว ผู้มีหน้าที่มาช่วยในศาลเจ้า จะต้องเตรียมจุดตะเกียงทั้งเก้าดวง ขึ้นไว้เพียงครึ่งเสา อีกไมนานเจ้าหน้าที่ฮวดกั้ว จะทำพิธีไหว้ตามหน้าพระอีก ตามขั้นตอนจนถึงเวลาเชิญ กิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์) พร้อมกับชิ้วหลอ(กระถางธูปมือถือ) เข้าไปยังห้องประดิษฐานชั้นใน เรียกว่าไล่ตัว (เปรียบเสมือนพระราชวังที่ประทับชั้นใน) ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ ในศาลเจ้าทำพิธีสวดมนต์ (ส่งเก้ง) ดึงตะเดียงทั้งเก้าดวงขึ้นสู่ยอดเสา เป็นอันว่าพิธีการกินผักได้เริ่มขึ้น

ประชาชนบริจาคเงินร่วมเจี่ยะฉ่าย(กินผัก)

เมื่อพิธีกินผักได้เริ่มขึ้นแล้ว ประชาชนที่เข้าร่วมพิธีกินผัก(ฉ้ายอิ้ว) จะทยอยกันมาทำบุญ(ก้าวเอี๋ยนลุ้ย) แจ้งชื่อและจำนวนคน (รายชื่อนี้จะนำไปเสี่ยงทายเลือก เถ้าแก่ล่อจู้ ที่จะเป็นผู้ช่วยเหลืองานของศาลเจ้าในปีต่อไป)

เก้าโง๊ยโช่ยอี๊ด (วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน)

ทางโรงครัวของศาลเจ้าจะจัดหุงหาอาหารเจไว้ เพื่อให้ชาวบ้านที่ร่วมพิธีมารับไปรับประทานอาหารที่บ้าน โดยจะมีเทพที่ประทับทรงมาตรวจดู ความเรียบร้อยของอาหาร (การมารับอาหารไปนั้น ใครจะร่วมบริจาค เพื่อสมทบค่ากับข้าวหรือไม่ เท่าไหร่ก็ได้ ไม่บังคับ)

ในสมัยก่อนผู้ที่หิ้วปิ่นโตมารับอาหารจากทางศาลเจ้าแล้ว ต้องจุดธูปไหว้ในบ้าน และจุดไม้หอมพร้อมกับเอาปิ่นโต หรือ หม้อข้าวมารมควันไม้หอมเสียก่อน (โก้ยเช่งเหี้ยว) ทุกครั้งจึงนำอาหารมารบประทานได้

เก้าโง๊ยโช่ยส้า (วันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน)

เมื่อทางศาลเจ้าได้ประกอบพิธีกินผักมาครบ 3 วัน ฮวดกั้ว(เลอไท) จะทำพิธีไหว้พระ แล้วเชิญเทพผู้ใหญ่รวมถึงเทพอื่นๆ ที่มาร่วมในพิธี เข้าประทับทรงออกทำการลงหลัก ปักเขตรอบอาคารศาลเจ้า ตามทิศต่างๆ ด้วยยันต์ไม้ไผ่(เต็กฮู้) ผ่าซีกเขียนชื่อเทพผู้ใหญ่ไปปัก ตามจุดที่สำคัญในบริเวณศาลเจ้า ได้แก่ ที่เสาโก้เต้ง โรงครัว เตาเผากระดาษทอง เพื่อเป็นการปล่อยทหาร ออกรักษาการตามทิศต่างๆ ดังนี้

1. ตั่งเอี๋ย– ทิศตะวันออก – ธงสีเขียว มีกิ้วอี่กุ้น(หลุยจินจู้) เป็นแม่ทัพ
2. หล่ำเอี๋ย – ทิศใต้ – ธงสีแดง มีปัดบ่านกุ้น(เอี่ยวเจี้ยน) เป็นแม่ทัพ
3. ซ่ายเอี๋ย– ทิศตะวันตก – ธงสีขาว มีล๊กย่ง(กุ้นอุ่ยฮ้อ) เป็นแม่ทัพ
4. ปั่กเอี๋ย– ทิศเหนือ - ธงสีดำ มีง้อเต็กกุ้น(โทเฮ่งสุน) เป็นแม่ทัพ
5. จงเอี๋ย – กองกลาง - ธงสีเหลือง มีซ่ำซิ่นกุ้น(โลเฉี้ย) เป็นแม่ทัพ

เมื่อเสร็จพิธีลงหลักปักเขตแล้ว บรรดาเทพที่ประทับทรงจะมายังโต๊ะ พิธีป้างโข้กุ้น(ปล่อยทหาร) เป็นอันเสร็จพิธี และจะทำพิธีโข้กุ้น (เลี้ยงทหาร) ไปจนตลอดงาน เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 – 16.00 น. ทุกวัน

 

ธงที่ปักไว้ บริเวณหน้าอ๊าม (ศาลเจ้า)

พิธีเชิญล่ำเต้าปั๊กเต้า (ผู้ถือบัญชีคนเกิดและคนตาย)

ในวันเดียวกันตอนค่ำ เวลาประมาณ 19.00 น.เจ้าหน้าที่ฮวดกั้ว(เลอไท) ทำพิธีเชิญเทพเจ้าประทับทรง จัดขบวนแห่ไปอัญเชิญ ล่ำเต้าปั๊กเต้า (ผู้ถือบัญชีคนเกิด และคนตาย) มาประดิษฐาน ณ ห้องประทับ พระราชวังชั้นกลาง เพื่อมาร่วมรับทราบ และร่วมพิธีกรรมในครั้งนี้ด้วย โดยตลอดระยะทางของการแห่ ชาวบ้านจะออกมาขอพร จากเทพองค์ต่างๆ ในร่างม้าทรง บ้างก็จุดประทัดเสียงดังสนั่น ควันประทัดขาวคลุ้งไปทั่วแทบไม่เห็นขบวน

พิธีกรรมอื่นๆ

ประมาณคืนวันที่ห้า (บางแห่งอาจไม่ตรงกัน) จะมีพิธีเชิญเทพลงมาประทับทรงอีกครั้ง เพื่อแสดงอิทธิฤทธิปาฏิหาริย์ เช่น

•  คี่โต่วทุ่ย (ปีนบันไดมีด)
•  โก่ยทิเต่งซึง (เดินผ่านสะพานตะปู)
•  โก่ยอิ๋วเตี้ย (การอาบน้ำมัน)

พิธีกรรมเหล่านี้ เทพเจ้าจะเป็นผู้กำหนดวัน (พิธีกรรมแต่ละศาลเจ้าจะไม่ตรงกัน)

พิธีโก้ยชิดแฉ้(บูชาเทวดาดาวพระเคราะห์)

เวลาประมาณ 14.00 น. ทางศาลเจ้าจะปลูกปะรำพิธีหน้าศาลเจ้า มีการอัญเชิญเทพเจ้าผู้ใหญ่ เข้าประทับทรง เพื่อทำพิธีในเวลา 20.30 น. คณะกรรมการบริหาร และผู้เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมพิธี เพื่อบูชาบวงสรวงเทวดา และ ดาวพระเคราะห์ มีการสวดมนต์ อ่านรายชื่อผู้เข้าร่วมกินผัก ทั้งชาย-หญิง และจำนวนข้าวสารที่ใช้ไปในงาน พระผู้ใหญ่จะโปรยผ้ายันต์ ลงมาให้ประชาชนที่เข้าร่วมพิธี และอ่านคำอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข

ในคืนนี้ จะต้องจัดเตรียมขบวนแห่สิ่งของต่างๆ เพื่อไปเชี้ยโห้ย ที่สะพานหินในวันรุ่งขึ้น เป็นการระลึกถึงวันที่ศาลเจ้าต่างๆ ได้ไปอัญเชิญกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์) พร้อมคัมภีร์พิธีกินผักต่างๆ ที่มาจากประเทศจีน

พิธีเชี้ยเหี้ยวโห้ย (เชิญธูปไฟจากประเทศจีน)

จัดเตรียมสิ่งของต่างๆ รวมถึงที่ประทับ สำหรับกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์) และอัญเชิญ พระผู้ใหญ่เข้าประทับทรง กระทั่งได้เวลาอันสมควรแล้ว จึงเคลื่อนขบวนแห่ จากศาลเจ้าเข้าสู่ตัวเมือง ไปยังสะพานหิน

ระหว่างการแห่ เทพเจ้าแต่ละองค์ ก็จะแสดงอิทธิฤทธิ์ของตน ซึ่งจะแตกต่างกันไป โดยเน้นที่การทรมานตนเองเป็นหลัก เช่น การเอาของแหลม แทงตามร่างกาย เป็นต้น ทั้งนี้ตามความเชื่อว่า พระจะเป็นผู้รับเคราะห์แทนประชาชน ผู้ร่วมพิธีกินผัก (ตามคำบอกเล่าของคนเก่าแก่นั้น แต่เดิมม้าทรง จะเน้นการรักษาคนป่วย ไม่เน้น การแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากนัก) ในการแห่ขบวนจากศาลเจ้าไปยังสะพานหินนี้ จะมีประชาชนตั้งโต๊ะบูชา เพื่อขอพรตลอดเส้นทาง และบางบ้านอาจมีการจุดประทัดต้อนรับด้วย

เมื่อถึงสะพานหิน เจ้าหน้าที่ฮวดกั้ว(เลอไท) และคณะกรรมการ จะร่วมกันทำพิธีเชิญเหี้ยวโห้ย ของกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์) โดยการเสี่ยงทาย เมื่อทำพิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงอัญเชิญนำขบวน แห่กลับศาลเจ้าตามเดิม

พิธีการสะเดาะเคราะห์

- พิธีโก้ยโห้ย

เป็นพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ ในรูปแบบของการลุยไฟ ในว่าให้สิ่งชั่วร้าย หมดสิ้นไปกับเปลวไฟ

- พิธีโก้ยห่าน

เป็นการสะเดาะเคราะห์ อีกแบบหนึ่ง สำหรับผู้ที่ไม่กล้าลุยไฟ โดยมีรูปต่างตัว(โต้ยซี้น) ต้นกู้ฉ่าย 1 ต้น และเศษสตางค์ แล้วทำการเดินข้ามสะพาน โดยมีเทพเจ้าที่ประทับทรง เป็นผู้ประทับตราซึ่งเขียนว่า กิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์) ให้เป็นสัญลักษณ์ว่า ได้เข้าร่วมพิธีโก้ห่านแล้ว เมื่อผ่านไปแล้วจึงนำรูปต่างตัว(โต้ยซี้น) ต้นกู้ฉ่าย 1 ต้น และเศษสตางค์ที่ถือไปด้วย วางลงในช่องหรือเข่งที่รองรับ สำหรับผู้ชาย จะมีการเดินข้ามหม้อไม้หอมด้วย แต่สำหรับผู้หญิง และเด็กไม่ต้องข้าม ทั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้สิ่งเลวร้าย ไปพร้อมกับรูปต่างตัว ส่วนต้นกู้ฉ่าย นั้นมีความหมายว่าจะได้อายุยืนยาว(ต้นกู้ฉ่าย เมื่อตัดต้นมากินแล้ว ส่วนหัวยังสามารถ แตกยอดเป็นต้นขึ้นมาได้)

พิธีส่งยกอ๋องส่งเต่(พระอิศวร) ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน

ก่อนเที่ยงคืนหรือเที่ยงคืน ทางศาลเจ้าจะทำการจัดโต๊ะพิธี ส่งพระขึ้นสวรรค์ คือเชิญยกอ๋องส่งเต่(พระอิศวร) ที่มาเป็นประธานใหญ่ ในพิธีตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน กลับสรวงสวรรค์

ฉีกกระดาษเหลืองอึ่งจั้ว(เหลี่ยนตุ่ย)

หลังจากพิธีส่งยกอ๋องส่งเต่(พระอิศวร) เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย จะช่วยกันฉีกกระดาษเหลือง ที่ใช้เขียนเลี่ยนตุ่ยตามประตู และรายชื่อผู้บริจาคสิ่งของให้กับศาลเจ้า มาเก็บไว้เพื่อเผาส่งให้อ๋องส่งเต่ (พระอิศวร) ต่อไป

พิธีส่งกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์)

ก่อนเที่ยงคืนหรือเที่ยงคืน จะทำพิธีส่งกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์) โดยมีการสวดมนต์เป็นครั้งสุดท้าย ภายในห้องราชสำนัก เพื่ออ่านรายชื่อคณะกรรมการ และผู้ที่มาช่วยเหลือ พร้อมกับประชาชนทุกคนที่มาร่วมในพิธีปีนี้ มีทั้งหมดจำนวนเท่าไร ให้กิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์) ได้รับทราบ และขอประชาชนทุกคน อยู่เย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน

หลังจากทำพิธีเสร็จแล้ว คณะกรรมการผู้มีหน้าที่เชิญกระถางธูปต่างๆ พร้อมทั้งของ เล่งก้วนต่ายเต่(ราชเลขา) ล่ำเต้า-ปักเต้า (ผู้ถือบัญชีคนตาย และคนเกิด) ออกจากศาลเจ้าไปยัง ณ สถานที่ส่ง ตามที่ศาลเจ้ากำหนดไว้ ซึ่งอาจเป็นลำน้ำในหมู่บ้าน (ศาลเจ้าในเมืองอย่าง บางเหนียว และ จุ้ยตุ่ย จะไปส่งพระที่สะพานหิน) โดยมีชาวบ้านไปร่วมขบวนส่งพระ บ้างก็ออกมาสักการบูชาขอพรจากพระ

พิธีลงเสาเทวดาและกิ้วอ๋องต่ายเต่(เซียโก่เต้ง) ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน

ทุกศาลเจ้า เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกินผักแล้ว ต้องเขียนกระดาษแดง ติดตามประตูต่างๆ ทุกแห่ง จัดเก็บข้าวของ ที่นำมาใช้ในงานให้เรียบร้อย ส่วนทางโรงครัว จัดทำอาหารคาวต่างๆ เตรียมไว้ เมื่อถึงเวลา 5 โมงเย็นประชาชน จะมาช่วยลงเสาเทวดา และกิ้วอ๋องต่ายเต่ เรียกว่าเซียโก่เต้ง หน้าศาลเจ้าลง แล้วหามเก็บเข้าที่ตามเดิม หลักจากนั้น ก็เริ่มพิธีเลี้ยงทหารเรียกว่า โข้กุ้น ตามทิศต่างๆ ที่ได้มารักษาการ ทั้งใน และ นอกศาลเจ้า กลับมาเข้ากรมกองเรียกว่าซิ่วกุ้น (หากเชิญทหารกลับไม่หมด จะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับประชาชนได้) หลังจากเสร็จพิธีโข้กุ้นแล้ว ประชาชนที่นำพระที่บ้าน มาร่วมพิธีที่ศาลเจ้า ต้องเชิญพระกลับไป ยังบ้านของตนเองเป็นการเสร็จพิธี

ผู้เข้าร่วมกินผัก โดยส่วนมากแล้ว
จะแต่งกายด้วยชุดสีขาว




by: Torquoise
story@phuketindex.com

Change to your language

Advertisement