ประเพณีกินผัก / กินเจ ตอนที่ 1 (Phuket Vegetarian - Chapter One)

Search :
Phuket Travel
Browse by alphabet
Browse by location
Increase your business opportunities today by listing in Phuket Business Directory
Home > Photo & Stories > Phuket Travel Stories > Phuket Vegetarian Festival
Phuket Vegetarian Festival Travel Story

ประเพณีกินผัก / กินเจ ตอนที่ 1 (Phuket Vegetarian - Chapter One)

ประเพณีการกินผักของชาวภูเก็ต

ประเพณีการกินผัก หรือที่ชาวภูเก็ตเรียกกันว่า "เจี่ยะฉ่าย" นั้น เชื่อกันว่า มีต้นกำเนิดจากบ้านในทู หรือไล่ทู (เขตอำเภอกะทู้ ในปัจจุบัน) เนื่องจากในสมัยก่อนพื้นที่นี้ เต็มไปด้วยกิจการเหมืองแร่ เพราะอุดมไปด้วยแร่ดีบุก จึงทำให้มีชาวจีนอพยพหลั่งไหลมาอยู่อาศัย และประกอบอาชีพกรรมกรในเหมืองแร่ เป็นจำนวนมาก และเกิดเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ขึ้น

ต่อมาได้มีคณะงิ้ว เดินทางจากประเทศจีน มาเปิดการแสดงที่บ้านในทู และเกิดโรคระบาดขึ้น ชาวคณะงิ้วนึกได้ว่า พวกตนยังไม่ได้ประกอบ "พิธีเจี่ยะฉ่าย" (กินผัก) ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาทุกปีที่เมืองจีน (บางคนก็บอกว่าบนบานเอาไว้) จึงปรึกษาหารือกันในคณะ และได้ตกลงกันว่า หากหายจากโรคภัย จะทำพิธีเจี่ยะฉ่าย ขึ้นที่บ้านในทู จากนั้นโรคภัยไข้เจ็บก็หายไปหมดสิ้น สร้างความศรัทธาแก่ชาวในทูเป็นอย่างมาก จึงได้ร่วมพิธีกินผักกับชาวคณะด้วย แต่เนื่องจากไม่มีผู้รู้ และผู้ชำนาญในการจัดประกอบพิธี จึงทำเพียงแต่สักการะบูชากราบไหว้ขอขมา และระลึกถึง "กิ้วอ๋องเอี๋ยหรือกิ้วอ๋องต่ายเต่" (พระราชาธิราชทั้งเก้า) เท่านั้น และหลังจากได้ประกอบพีธีเจี่ยะฉ่าย โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ลดน้อยลง และหายไปในที่สุด ทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อ และความศรัทธาเลื่อมใสมาก จึงได้ประกอบพิธีดังกล่าวสืบต่อมา

จนกระทั้งมีผู้รู้ ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในมณฑลกังไส ในประเทศจีน เดินทางมาที่บ้านในทู ในช่วงระยะเวลาที่ชาวบ้าน กำลังประกอบพิธีเจี่ยะฉ่าย ได้เห็นว่าการประกอบพิธีของชาวบ้าน ยังไม่ถูกต้องตามแบบฉบับของ "ฉ้ายตึ้ง" (ศาลเจ้าที่มลฑลกังไส) จึงได้ชี้แจงกับชาวบ้าน และได้อาสา ที่จะเดินทางกลับไป มณฑลกังไสของประเทศจีน เพื่อไป
"เชี้ยเหี้ยวโห้ย" (อัญเชิญธูปไฟ) และองค์ประกอบ สำหรับพิธีเจี่ยะฉ่าย ชาวบ้านจึงได้ร่วมมือร่วมใจกัน รวบรวมทุนทรัพย์ให้กับผู้รู้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปมณฑลกังไส และในวัน 7 ค่ำ เดือนเก้า (วันเก้าโง้ยโฉ่ยฉีด) ตามปฏิทินจีน เวลากลางคืน ท่านผู้รู้ก็ได้โดยสารเรือใบ กลับมาจากประเทศจีน โดยได้เดินทางมาถึงท่า "บ่างเหลียว" (บางเหนียว ในปัจจุบัน) และได้ส่งคนมาแจ้งข่าวแก่ชาวกะทู้ว่า ตนได้เดินทางมาถึงแล้ว ขอให้กรรมการ และผู้ทำพิธีการ
เจี่ยะฉ่าย เดินทางไปรับในวันรุ่งขึ้น คือวัน 8 ค่ำ เดือนเก้า (วันเก้าโง้ยโฉ่ยโบ๊ย) พร้อมกันนี้ตนได้เชี้ยเหี้ยวเอี้ยน (ผงธูป) มาแล้ว ซึ่งเหี้ยวโห้ย หรือ เหี้ยวเอี้ยนที่นำมานี้ ได้จุดปักไว้ในเหี้ยวหล่อ (กระถางธูป) โดยจุดให้ติดตลอดเวลา ไม่ให้ดับ นอกจากนี้ยังได้นำเก้ง (บทสวดมนต์) คัมภีร์ต่างๆ พร้อมทั้งป้ายชื่อเต้าโป้เก้ง ป้ายติดหน้าอ๊ามฉ้ายตึ้ง มาด้วย

ส่วนเรื่องของ "ม้าทรง" (ร่างทรงของเทพเจ้า) และการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ินั้น จากที่ฟังๆ ผู้เฒ่าผู้แก่มา ก็รวมความได้ว่า บรรดาม้าทรงทั้งหลาย จะเป็นผู้ที่ถูกกำหนด ให้เป็นมาทรง โดยบางคนก็สืบทอดกันมา ตามสายตระกูล บางคนก็เป็นผู้ที่มีเคราะห์ ต้องมาเป็นม้าทรง เพื่อช่วยเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้าน ช่วยรักษาโรคให้กับชาวบ้าน และทำการทรมานตนในพิธีกินเจ เพื่อเป็นการรับเคราะห์แทนชาวบ้าน และล้างเคราะห์ให้ตัวเอง ในอดีตม้าทรงส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ (ปัจจุบัน ม้าทรงส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม)

ม้าทรง (ร่างทรงของเทพเจ้า)

ประเพณีกินผักในปัจจุบัน

ปัจจุบันประเพณีกินผัก ถือเป็นจุดขายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ สำหรับจังหวัดภูเก็ต นอกจากท้องทะเลสีคราม และหาดทรายขาวแล้ว

ประเพณีกินผัก โดยมากจะอยู่ในช่วง เดือนตุลาคม และในช่วงเวลานั้น ตามท้องถนนในตัวเมืองภูเก็ต จะเต็มไปด้วยแผ่นป้าย "Phuket Vegetarian Festival" และธงทิวเขียนเป็นภาษาจีนว่ากิ้วอ๋องต่ายเต่ (ราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์) ซึ่งมีหลากหลายสีด้วยกัน นอกจากแผ่นป้าย และธงแล้ว ยังมีสิ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศอีกอย่างก็คือ ประชาชนจะพากันนุ่งขาวห่มขาว เพื่อร่วมพิธีกินผักเกือบทั้งจังหวัด และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นสีสันไม่แพ้กัน ก็คือการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ของบรรดาม้าทรง (ร่างทรงของเทพเจ้า)

ตลอดระยะเวลา 9 วันในการกินผัก ซึ่งเริ่มตั้งแต่วัน 1 ค่ำเดือน 9 จนถึง วัน 9 ค่ำเดือน 9 ตามปฏิทินจีน ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ต จะเข้าร่วมงานกันคับคั่ง ชนิดที่ใครไม่ถือศีลกินผัก ก็ต้องกินผักไปด้วย (อาหารคาวหาทานได้ยากมาก) และในช่วงเวลานี้เอง ที่ประชาชนจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นภารกิจของชุมชน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่อ๊าม หรือศาลเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปไหว้พระ เผากระดาษทอง เข้าคิวรับอาหาร ร่วมพิธีกรรมต่างๆ ในอ๊าม ซึ่งอ๊ามที่สำคัญๆ ในจังหวัดภูเก็ตมีทั้งหมด 6 แห่ง คือ

  • อ๊ามกระทู้ที่บ้านกระทู้ อำเภอกะทู้
  • อ๊ามท่าเรือที่บ้านท่าเรือ อำเภอถลาง
  • อ๊ามจุ้ยตุ่ยที่ถนนระนอง อำเภอเมืองภูเก็ต
  • อ๊ามหล่อโรงที่ถนนพัฒนา อำเภอเมืองภูเก็ต
  • อ๊ามบางเหนียวที่ถนนภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต
  • อ๊ามสามกองที่ถนนเยาวราช อำเภอเมืองภูเก็ต
ภาพ อ๊าม(ศาลเจ้า) ในจังหวัดภูเก็ต




by: Torquoise
story@phuketindex.com

Change to your language

Advertisement