ประเพณีกินผัก / กินเจ ประจำจังหวัดภูเก็ต

Search :
Phuket Travel
Browse by alphabet
Browse by location
Increase your business opportunities today by listing in Phuket Business Directory
Home > Photo & Stories > Phuket Travel Stories > Phuket Vegetarian Festival
Phuket Vegetarian Festival Travel Story

ประเพณีกินผัก / กินเจ ประจำจังหวัดภูเก็ต

ประเพณีถือศีลกินผัก (เจียะฉ่าย) จังหวัดภูเก็ตนั้นเริ่มครั้งแรกที่อำเภอกะทู้ ในปี พ.ศ. 2368 พระยาถลาง (เจิม) ได้ย้ายเมืองถลาง มาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุก แต่บริเวณดังกล่าว เป็นป่าทึบมีไข้ป่าชุกชุม ดังนั้นเมื่อมีคณะงิ้วเร่ (ปั่วฮี่) จากเมืองจีนมาเปิดการแสดง และเกิดล้มเจ็บลง คณะงิ้ว จึงได้ประกอบพิธีกินผักขึ้น เพื่อบวงสรวงเทพเจ้า “ กิ๋วอ๋องไต่เต่ ” และ “ ยกอ๋องซ่งเต่ ” หลังจากนั้นปรากฏว่า โรคภัยไข้เจ็บ ได้หมดไปชาวกะทู้สอบถามได้ความ เช่นนั้นก็เกิดศรัทธา จึงประกอบพิธีกินผักขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อความ เป็นมงคลแก่ตนเอง และบ้านเมือง ต่อมามีผู้รู้รับอาสา ไปอัญเชิญเหี่ยวโห้ย หรือ เหี่ยวเอี้ยน (ควันธูป) และเลี่ยนตุ่ย (ป้ายชื่อ) พร้อมทั้งคัมภีร์ต่างๆ ที่ใช้ในพิธีกินผัก ที่มณฑลกังไส ประเทศจีน และได้เดินทางกลับมาถึงใน วันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 9 เมื่อชาวบ้านทราบข่าว จึงได้จัดขบวนไปรับ ที่บ้านบางเหนียว อันเป็นกำเนิดของพิธีรับพระนั่นเอง

ในพิธีกินผักนั้น ช่วงบ่ายก่อนวันพิธีหนึ่งวัน จะมีพิธียกเสาโกเต้ง ไว้หน้าศาลเจ้า เพื่อประกอบพิธีอัญเชิญเจ้า “ ยกอ๋องซ่งเต่ ” (พระอิศวร) และ “ กิ๋วอ๋องไต่เต่ ” (ผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า) มาเป็นประธานในพิธี และจะนำตะเกียง 9 ดวง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ ของการเริ่มพิธี ไว้บนเสาโกเต้งเวลาเที่ยงคืน นอกจากนี้ตลอด 9 วันของพิธีกินผัก จะมีพิธีกรรมต่างๆ เช่น พิธีอัญเชิญลำเต้า - ปักเต้า (เทวดาผู้กำหนดเวลา เกิด และ ตาย) พิธีอิ้วเก้ง (พิธีแห่พระ) พิธีอาบน้ำมัน ขึ้นบันไดมีด พิธีโก้ยโห้ย (ลุยไฟ) พิธีโก้ยห่าน (สะเดาะเคราะห์) ตลอดจนการทรงพระ ซึ่งเป็นการอัญเชิญเจ้า มาประทับในร่าง ของม้าทรง และแสดงอิทธิฤทธิ์ ด้วยการทรมานร่างกาย ในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อรับทุกข์ แทนผู้ถือศีลกินผัก และเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่บ้านเมืองกล่าวกันว่า ผู้ที่จะเป็นม้าทรงได้ มีอยู่ด้วยกัน 2 กรณี คือ

  1. ผู้ที่ชะตาขาดแต่ยังไม่ถึงฆาต ดังนั้นการเป็นม้าทรงจึงเปรียบเสมือนการต่ออายุขัย
  2. ผู้ที่พระเห็นว่าเหมาะสม เนื่องจากประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม

ในระหว่างเทศกาล จะมีการประโคมด้วยกลองล่อโก๊ะ และจุดประทัด โดยเฉพาะในวันส่งพระ ซึ่งถือเป็นวันสิ้นสุดของ พิธีกินผัก ด้วยความเชื่อว่าเสียงดัง จะทำให้สิ่งชั่วร้ายหมดไป สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีกินผักนั้น นอกจากจะได้รับผลบุญ และความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองแล้ว ยังทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจมีเมตตา ไม่ฆ่าสัตว์ ละเว้นอบายมุขทั้งปวง อันก่อให้เกิดความสะอาด สว่างสงบในจิตใจ

เนื่องจากเนื้อหามันยาวมาก ทางเราจึงขออนุญาตแบ่งออกเป็นตอนๆ ดังนี้

  ประเพณีกินผัก/กินเจ ตอนที่ 1 - ประเพณีการกินผัก หรือที่ชาวภูเก็ตเรียกกันว่า "เจี่ยะฉ่าย" นั้น เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิด จากบ้านในทู หรือไล่ทู (เขตอำเภอกะทู้ ในปัจจุบัน) เนื่องจาก ในสมัยก่อน พื้นที่นี้เต็มไปด้วยกิจการเหมืองแร่ เพราะอุดม ไปด้วยแร่ดีบุก อ่านต่อ
  ประเพณีกินผัก/กินเจ ตอนที่ 2 - คราวที่แล้ว เราได้พูดถึง ประวัติความเป็นมา และเรื่องราว ของประเพณีกินผักคร่าวๆ ไปแล้ว และก่อนที่เรา จะพูดถึงเรื่องอื่นๆ ต่อไป วันนี้เรามาเรียนรู้ เรื่องคำศัพท์กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ
  ประเพณีกินผัก/กินเจ ตอนที่ 3 - เมื่อเรารู้ความเป็นมา และทำความเข้าใจในคำศัพท์ เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลา ที่เราจะนำเรื่องราวที่เกี่ยวกับ การปฏิบัติตน สำหรับผู้ที่จะร่วมพิธี ถือศีลกินผัก และพิธีกรรม ในประเพณีกินผัก มาฝากกันบ้าง อ่านต่อ
  ประเพณีกินผัก/กินเจ ตอนที่ 4 - คราวนี้เรามาเรียนรู้ เกี่ยวกับ การจัดขบวนแห่และโต๊ะไหว้กันดีกว่า เพื่อเป็นการ เตรียมข้อมูลไว้ สำหรับการไปชมขบวนพระ อ่านต่อ

ข้อควรปฏิบัติ 10 ประการ สำหรับผู้ถือศีลกินผัก

  1. ชำระร่างกายให้สะอาดตลอดช่วงเทศกาล
  2. ทำความสะอาดเครื่องครัวและแยกใช้คนละส่วนกับผู้ที่ไม่ได้ถือศีลกินผัก
  3. ควรสวมชุดขาวตลอดช่วงเทศกาลกินผัก
  4. ประพฤติตนดีทั้งกายและใจ
  5. ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์
  6. ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเทศกาล
  7. ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา
  8. ผู้ที่อยู่ระหว่างไว้ทุกข์ไม่ควรร่วมเทศกาลกินผัก
  9. หญิงมีครรภ์ไม่ควรดูพิธีกรรมใดๆ ในช่วงเทศกาล
  10. หญิงมีประจำเดือนไม่ควรร่วมพิธีกรรมใดๆ ในช่วงเทศกาล
 
 



by: Torquoise
story@phuketindex.com

Change to your language

Advertisement