ร้านอาหาร พรานทะเลซีฟู้ด
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นวันพักผ่อน (ต้องพยายามทำตัวให้ว่างมากที่สุด) อาทิตย์นี้ก็เช่นกัน และเนื่องในโอกาสพิเศษที่คุณแม่ กับลูกสาวขี้เกียจทำกับข้าว พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย จึงถือโอกาส ไปทานอาหารนอกบ้านซะเลย
ดังนั้น เที่ยงวันนี้จึงต้องหาที่ฝากท้องกันซะหน่อย รวบรวมความเห็น พิจารณาครบถ้วนกระบวนความแล้ว คณะลูกบ้านลงความเห็นกันว่า วันนี้น่าจะไปทานแถวป่าหล่าย เพราะ... (ซีเรียสมาก) ประการแรก จะได้ไปนั่งชมบรรยากาศริมทะเล ประการที่สอง อยากไปเพราะไม่ได้ไปนานแล้ว (หนึ่งพันแปดสิบสี่ชั่วโมง สองนาที สี่สิบวินาที โดยประมาณ) และสุดท้ายสมาชิกทุกคน ต่างประสงค์ที่จะรับประทานอาหารทะเล
ได้ฤกษ์ออกเดินทาง ประมาณเที่ยงยี่สิบ อากาศวันนี้ร้อนมากๆ (นั่งข้างหลัง แอร์ไม่เย็นเลย...ไม่เป็นไร ประหยัดน้ำมันเพื่อชาติ) จากในเมือง เดินทางไปแถวป่าหล่าย ใช้เวลา ไม่น่าจะเกินสามสิบนาที ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์ ถนนโล่งสบาย การจราจรไม่ติดขัด ก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นเอง
ทางเข้าซอยป่าหล่าย จะมีแยกไฟแดง และมีรูปปั้นจระเข้ตัวใหญ่ (ของสวนสัตว์ภูเก็ต) ตั้งอยู่ ใครที่ไม่เคยมา ก็ใช้เป็นเครื่องสังเกตได้ เลี้ยวเข้าไปในซอย แล้วขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่านสวนสัตว์ภูเก็ต ไปไม่มากเท่าไหร่ ก็จะเห็นทางแยก ในนั้นจะเต็มไปด้วย ร้านอาหารซีฟู้ดมากมาย แต่วันนี้เราจะไปทานกันที่ ร้านพรานทะเล เหตุนี้จึงต้อง ขับรถตามป้ายรูปปลาฉลาม (สัญลักษณ์ของร้าน) ซึ่งเค้าจะปักบอกทางเป็นระยะๆ
ทางเข้าร้านอาหารนั้น ข้างหน้าเป็นทุ่งกว้าง คาดว่าน่าจะเคยเป็นนาข้าวมาก่อน แต่ปัจจุบันชาวบ้านไม่ได้ปลูกข้าวกันแล้ว จึงปล่อยเป็นที่ว่างเปล่า มี ค.ควายเฝ้านาอยู่สองสามตัว แต่ที่เด็ดสุดๆ มีอยู่ตัวหนึ่ง เขาสวยมาก เลยเก็บภาพมาฝากกันซะเลย อ้อ มีคนบอกเราว่า สมัยก่อนชาวบ้านแถวนี้ส่วนใหญ่ ปลูกข้าว และปลูกผักกัน แต่ต่อมาหันไปทำนากุ้งบ้าง ไปทำงานโรงแรมบ้าง ที่ดินบางแปลงเลยไม่ได้ทำอะไร (อันหลังนี่คิดเอาเอง)
แถวนี้นะใครหญ่าย...
อะ อะ
จะถ่ายรูปพี่เขางามไปไหนจ๊ะ |
|
เมื่อไปถึงที่ร้าน จะเห็นว่า มีบ่อเลี้ยงกุ้ง และปูไว้รอให้ลูกค้าสั่ง ทั้งนี้คงเพื่อความสดเสมอ ของอาหารนั่นเอง แต่อย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ใช่ว่าที่นี่เค้าเอาปู - ปลามาเพาะเลี้ยง แล้วเอามาขายนะ คือทุกวันประมาณเย็นๆ จะมีชาวประมงเอาปู -ปลา จากกระชังในทะเลมาขายให้ทางร้าน แล้วทางร้านก็นำมาใส่ไว้ในบ่ออีกที (เจ้าของร้านบอก)
|
กุ้ง หอย ปู ปลา สดจากกระชัง รอในบ่อให้ท่านเลือก |
เมื่อเดินเข้าไปในร้าน ก็พบกับบรรยากาศที่โล่งสบาย ไม่อึดอัด โต๊ะที่นั่งรับประทาน ก็มีให้เลือกกันสองแบบ ทั้งที่อยู่ในอาคาร ซึ่งสร้างแบบง่ายๆ แต่แข็งแรง เพื่อกันแดดกันฝน (ภูเก็ตเป็นเมืองฝนแปด - แดดสี่) และที่เรียงรายอยู่ริมเขื่อนข้างชายหาด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกลิ่นอาย ของท้องทะเลได้อย่างเต็มที่
โต๊ะด้านใน สำหรับหลบแดด และฝน (ฝนตกเราก็อิ่มได้จ้า...) |
|
|
โต๊ะด้านนอก ไว้ชมบรรยากาศ วันฟ้าใส ทะเลสวย กับ... |
นั่งทานข้าวริมทะเล ได้บรรยากาศจริงๆ |
|
จัดแจงหาที่นั่งเสร็จสรรพ ก็ถึงเวลาสั่งอาหาร มาที่ร้านนี้ก็ต้องทานอาหารทะเล ดังนั้น จึงสั่งกันแต่อาหารทะเลทั้งนั้น อาทิเช่น แกงส้ม ปลานึ่งมะนาว หมึกไข่ย่าง ปูนึ่ง ห่อหมกทะเล และหอยชักตีนลวก (ไม่ได้พูดหยาบนะ เค้าเรียกอย่างนี้จริงๆ) พอสั่งอาหารเสร็จ ก็เลยเดินสำรวจรอบๆ ซักหน่อย พอดีไปเจออ่างล้างมือ ชอบมาก เลยเก็บภาพมาฝากกัน
ก่อน และหลังรับประทานอาหาร ทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดนะคะ |
|
กำลังเดินเรียบชายหาดเพลินๆ ไม่ทันไรก็มีเสียงร้องเรียกว่า "อาหารมาแล้วนะ" เท่านั้นแหละ เราก็ต้องรีบกลับโต๊ะทันที เหมือนโดนมนต์สะกด แหม!!! น่าทานทั้งนั้นเลย ว่าแล้วก็แอบเก็บภาพมาฝากซะเลย
หอยชักตีนลวก ทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด เค้าเรียกว่าหอยชักตีนจริงๆ นะคะ ไม่ได้พูดคำหยาบ นะคะหม่อมแม่ |
|
หมึกไข่ย่าง หวาน มัน สด อร่อย |
|
แกงส้มของโปรด ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด |
|
เอ้า!!! เข้าแถวเรียงหนึ่งมาเลย ตัวโตๆ ทั้งนั้น |
|
อ้าววว... บอกว่าอย่าเพิ่ง ขอถ่ายภาพเก็บไว้ก่อน เอ้าไม่ทันแล้วค่ะ เค้าเริ่มลงมือกันแล้ว อย่ากระนั้นเลยนะคะ ต้องขอตัวไปทำแต้ม แข่งกับคนอื่นเค้าก่อน (แล้วจะทานเผื่อ) เฮ้ยไม่ทันแล้ว... เอาละนะ...