ฮาลาลฟู้ด ฮิลาล ทาวน์
ยิ่งใหญ่จริงๆ สำหรับงาน ฮาลาลฟู้ด ฮิลาล ทาวน์ "Halal Food Hilal Town" ที่ อบจ.ภูเก็ต ร่วมกับ ททท. จัดขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2548 ณ หาดกมลา ซึ่งงานนี้ เค้าว่ากันว่า เพื่อเป็นการประกาศ ให้ชาวโลกรู้ว่า หาดกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในหาดที่ประสบกับ ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สินามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 นั้น ปัจจุบันได้กลับมา สวยงามเหมือนเดิม พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว
วันนี้มาเที่ยวงาน ทาวน์ "Halal Food Hilal Town" กัน |
|
ก่อนไปเที่ยวงานนี้กัน ขอทำความเข้าใจ ในความหมาย ของคำว่า ฮาลาล และ ฮิลาล กันซะหน่อย คำว่า ฮาลาล หรือ หะล้าล “ Halal ” เป็นคำในภาษาอาหรับ มิได้หมายถึงอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มีความหมายครอบคลุม ไปถึงสิ่งที่ อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า ทรงอนุมัติให้กระทำได้ หรือนำไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนคำว่า ฮิลาล “ Hilal ” นั้นหมายถึง จันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของศาสนาอิสลาม
ดังนั้นงานนี้ จึงเป็นงานเกี่ยวกับ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม ที่ดีงามของ พี่น้องอิสลามในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพ่วงงานแสดงสินค้า อาหาร ที่ผ่านกรรมวิธี อันสะอาด ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม
เข้าใจตรงกันแล้ว ก็ขอเริ่มเรื่องเลยก็แล้วกัน... สำหรับงานนี้ ได้รับการตกแต่ง ประดับประดา อย่างดี สมเป็นงานระดับจังหวัดจริงๆ ด้านหน้างาน มีโคมไฟเรียงราย ตลอดริมฝั่งถนน เมื่อสังเกตดูดีๆ ก็เห็นว่าโคมไฟ ดัดแปลงมาจากกรงนก ประกอบกับกระดาษ ซึ่งเพ้นส์สีลวดลายบาติก อย่างสวยงาม ส่วนประตูทางเข้า ทำเป็นรูปโดม สัญลักษณ์ของงาน
โคมไฟเรียงราย ตลอดริมฝั่งถนน |
|
ผ่านประตูเข้าสู่งาน ก็ต้องตกตะลึงกับ การตกแต่งที่งดงาม ตระการตา มีทั้งโคมไฟ และไฟดวงเล็กดวงน้อย เต็มไปหมด ทั้งที่แขวน และพันอยู่รอบต้นมะพร้าว แต่ที่ติดตาตรึงใจที่สุด เห็นจะเป็นหน้าซุ้มผ้าบาติกของ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงาม ... เห็นแล้วชอบมากๆ (สวยเกินบรรยาย ดูภาพประกอบดีกว่า)
มุมนี้ เป็นที่นิยม ของเหล่าตากล้อง และนางแบบสมัครเล่น รวมถึงเราด้วย อิ อิ |
|
ภายในงานเต็มไปด้วย นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ ชาวพุทธ และมุสลิม ที่พิเศษ คือ พี่น้องชาวมุสลิม พากันแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยๆ ทั้ง ปาเตะ ลายเด่นสะดุดตา ผ้าคลุมผมเก๋ๆ ฯลฯ โดยเฉพาะเด็กๆ น่ารักกันมากเลยทีเดียว ... อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าจัดเป็น งานเทศกาลประจำปี เลยก็ดี
สถานที่จัดงานกว้างขวาง จัดแบ่งเป็นบริเวณร้านค้า ร้านอาหาร เวทีการแสดง และ ลานประกวดนกกรงหัวจุก สำหรับบริเวณร้านค้านั้น อยู่ด้านหน้าสุด เต็มไปด้วย สินค้าจาก 14 จังหวัดภาคใต้ และ สินค้า OTOP จากจังหวัดในภาคอื่นๆ ที่มาร่วมรายการ ซึ่งบางร้านก็มาไกลมาก เช่น ยโสธร ปาดังเบซา บุรีรัมย์ ฯลฯ
แต่ที่ประทับใจที่สุด เห็นจะเป็นซุ้มบาติก เพราะมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ให้เลือกซื้อ ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า โคมไฟ สมุดโน้ต หรือแม้กระทั้ง ภาพวาด
|
ใบนี้ต้องสอยกลับบ้าน ให้ได้เลย |
ภาพนี้ชอบมาก เก็บมาฝากกัน |
|
นอกจากนี้ก็ยังมี ผ้าปาเตะ ผ้าลูกไม้ สีสวยๆ เครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องจักรสาน ตลอดจนของตกแต่งบ้าน และ ต้นไม้ ซึ่งทุกร้าน มีผู้คนแวะเวียน ไปชมสินค้า ไม่ขาดสาย
ผ้าคลุมสีสด ปักดิ้น และ ลาย สวยงาม |
|
สำหรับร้านที่สนใจ และใช้เวลาในการชม มากที่สุด เห็นจะเป็น ร้านจำหน่าย อัญมณี เครื่องประดับ หิน หยก เครื่องเงิน และเครื่องเบญจรงค์ อาจเพราะเป็นความชอบ ส่วนตัวของเพศหญิงก็ได
|
หิน อัญมณี และ เครื่องประดับ |
ถัดร้านค้า ก็จะเป็นบริเวณร้านอาหาร ซึ่งมีมากกว่า 50 ร้าน ทั้งอาหารคาว หวาน ขนมแห้ง ขนมสด จากทั่วทุกสารทิศ และที่สำคัญ เป็นอาหารที่ ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม หรือ ฮาลาล (ตามคอนเซ็ปงาน ฮาลาลฟู้ด) ซึ่งอาหารแต่ละร้าน ล้วนน่าทานทั้งนั้น
พี่ปลา ที่บู๊ธ ร้านพรทิพย์ |
|
ส่วนเวทีการแสดง จะอยู่ด้านในสุด ประกอบด้วยเวทีใหญ่ตรงกลาง รายรอบด้วย เวทีเล็กๆ ซึ่งจัดเป็นซุ้ม สำหรับแสดง ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ รองเง็ง ลิเกฮูลู ปัญจสีลัด ตลุง ฯลฯ โดยเปิดให้ชมฟรี ตามอัธยาศัย ซึ่งมีผู้คนสนใจ ยืนชมการแสดงแน่นขนัด โดยเฉพาะเวทีรองเง็ง และ หนังตลุง
บนเวทีใหญ่ จัดให้มีการแสดง แสง สี เสียง “ สืบสาน ตำนานพระนางมัสซูรี ” ทั้งนี้เนื่องจาก หาดกมลา เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ แห่งตำนานพระนางมัสซุรี หรือ พระนางเลือดขาว
สำหรับเรื่องราว ตำนานของพระนางมัสซูรี นั้นขอเล่าย่อๆ ดังนี้
ตามตำนานเล่าว่า พระนางมัสซูรี เป็นหญิงสาวชาวที่สวยมาก และได้สมรสกับ อนุชาองค์สุลต่าน แห่งลังกาวี ต่อมาได้เกิดสงคราม มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามี ต้องเดินทางออกรบ
ผู้ที่ปองร้ายและอิจฉาริษยานาง ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่า พระนางมัสซูรีมีชู้ ทำให้องค์สุลต่าน ตัดสินประหารชีวิตพระนางด้วยกริช ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมา เป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของนาง และขอให้เกาะลังกาวี ไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน
แต่คมกริชประหาร กลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาต ให้กลับไปนำกริชพิเศษ ของต้นตระกูล จากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอ โลหิตสีขาว ก็พวยพุ่งขึ้นข้างบน แสดงให้เห็นถึง ความบริสุทธิ์ของนาง ( เป็นที่มาของ ตำนานพระนางเลือดขาว )
ด้านพี่ชายของพระนางเกรงว่า หลานชายวัย 5 เดือน ทายาทคนเดียวของมัสซูรีจะมีภัย จึงนำลงเรือล่องมายังเกาะภูเก็ต และเริ่มตั้งรกรากที่นี่ ซึ่งก็คือ โต๊ะวัน ทายาทรุ่นที่ 1 และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเกาะลังกาวีก็เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุขในมนต์ตราแห่งการสาปแช่ง มาจนถึง 7 ชั่วคน กระทั่งมาถึง น.ส.สิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมัสซูรี ซึ่งได้มาปรากฏตัวในวันงานด้วย
การแสดงในวันนั้น ยิ่งใหญ่ และสวยงามมากทีเดียว พิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อบัตร เข้าชมการแสดง แสง สี เสียง ก็จะได้รับ ร่มทรงสี่เหลี่ยม ดีไซน์เก๋ไก๋สไลเดอร์
นอกจากจะมีการแสดง แสง สี เสียง และ การออกร้านจำหน่ายสินค้า ของดี 14 จังหวัดภาคใต้ สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP แล้ว ภายในงานยังมี สาธิตการเขียนผ้าบาติก การขึ้นเปลแบบโบราณ การนวดแผนไทย ไปจนถึง การแข่งขันนกกรงหัวจุก (แต่ตอนไปค่ำแล้ว เลยไม่มีการแข่งขัน ... อดเก็บภาพมาฝากกันเลย)
ดูวิธีวาดลายบาติกกันใกล้ๆ |
|
งานนี้นอกจากผู้ใหญ่ จะช้อปกันสนุกแล้ว เด็กยังได้เล่นกันเพลิน ในสวนสนุกขนาดย่อมอีกด้วย มีทั้งเกมระบายสี ปาลูกโป่ง และสไลเดอร์ยางเป่าลม (แต่ไม่เห็นรถบั๊มนะ)
งานนี้ เดินไป - เดินมา เป็บเดียวปาเข้าไป 3 ชั่วโมง กว่าๆ ได้ของ ได้รูป ได้เรื่อง มาเพียบ วันนี้เรื่องเล่าของฟ้าสวย เลยยาวเป็นพิเศษ หวังว่าเพื่อนๆ คงไม่เบื่อกันก่อนนะ แต่ถึงเบื่อยังไง ก็คงไม่เลิกเขียนง่ายๆ หรอก ฮ่า ฮ่า ... ทนๆ อ่านไปเถอะ น้า น้า ขอร้อง ...
ข้อคิดเห็น - ฮาลาลฟู้ด ฮิลาลทาวน์
เตรียมพร้อมก่อนไป :
- แต่งกายทะมัดทะแมง
- ห้ามเด็ดขาดกับรองเท้าส้นสูง
ชอบมาก :
- สินค้ามีหลากหลาย การตกแต่งภายในงานสวยงาม
ข้อควรจำ :
- ไม่จำเป็นอย่าเอารถไปหลายคัน อาจต้องเสียเวลาวนรถหลายรอบ ทางเดียวกันไปด้วยกัน ดีกว่า
|