น้ำตาลเทียม (Synthetic Sweeteners)
![]() |
ปิ๊ง! จากการชิม
น้ำตาลเทียมก็คือสารที่ให้รสหวาน แต่ไม่ได้มาจากน้ำตาลใด ๆ
การค้นพบน้ำตาลเทียมมีกันหลายคน และมาจากหลายชนิดของสารเคมี
ล้วนแต่พบโดยบังเอิญทั้งสิ้น ดังนี้
ค่ำคืนหนึ่งในปี ค.ศ. 1879 นายคอนสแสตนติน ฟาห์ลเบอร์ก (Constantine Fahlberg) เสร็จจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ ก็หยิบขนมปังขึ้นมากิน เขารู้สึกว่าขนมปังนี้หวานผิดปกติ เขาคิดทันทีว่า มือของเขาจะต้องติดสาร ตัวใดตัวหนึ่งมาจากห้องทดลองแน่นอน เขาจึงกลับไปที่ห้องทดลองอีกครั้ง ลงมือชิมสารต่าง ๆ ทีละตัว จนพบว่า “แชกคาริน” (saccharin) นั้นเอง ที่เป็นสารให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 300-500 เท่าทีเดียว เขาจดสิทธิบัตรทันทีโดยได้จดทะเบียนสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1885
ในปี ค.ศ. 1937 นายไมเคิล สเวดา (Michael Sveda) เป็นอีกคนหนึ่งที่ค้นพบน้ำตามเทียมโดยบังเอิญ จากการลิ้มรสหวานจาก ปลายมวนบุหรี่ของเขา เขากลับไปค้นหาสารที่ติดมือจากห้องทดลองเช่นกัน และพบสารชนิดหนึ่ง เขาจึงให้ชื่อน้ำตาลเทียมของเขาว่า “ไซคลาเมต” (cyclamate) ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 30 เท่า
![]() |
ในปี ค.ศ. 1970 มีการวิจัยพบว่า ทั้งแซกคารินและไซคลาเมตเป็นสารอันตราย ที่ก่อให้เกิดมะเร็งในหนูทดลอง
ในปี ค.ศ. 1965 นายเจมส์ สแกตเตอร์ (James Schlatter) นักเคมีได้ค้นพบ น้ำตาลเทียมโดยบังเอิญอีกเช่นกัน เกิดจากการที่เขาเลียนิ้วมือเพื่อหยิบ กระดาษจากปึกออกมา ปรากฏว่านิ้วมือของเขาหวาน เขาจึงไปค้นหาที่มาของ ความหวานบนนิ้วมือ ได้ค้นพบน้ำตาลเทียมอีกชนิดหนึ่งที่เขาให้ชื่อว่า “แอสพาร์เทม” (aspartame)


