กระจกนิรภัย (Safety Glass)
![]() |
ปิ๊ง! เพราะแก้วทดลองแตก
อุบัติเหตุแท้ ๆ นำมาซึ่งการค้นพบ “กระจกนิรภัย” (safety glass)
เรื่องก็มีอยู่ว่า วันหนึ่งในปี ค.ศ. 1903 นักเคมีชาวฝรั่งชื่อว่า
นายเอ็ดวาร์ด เบเนดิกตัส (Edouard Benedictus) ขณะอยู่ในห้องทดลอง
ได้ชนเอาขวดแก้วทดลองตกลงพื้น ขวดแก้วแตก แต่ชิ้นส่วนของขวดแก้ว
กลับไม่แตกกระจายออกจากกัน หากแต่เกาะตัวติดกันอยู่ ด้วยความเป็น
คนช่างสังเกต เบเนดิกตัสแปลกใจในสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขาจึงสืบค้นทันที
จึงรู้ว่าขวดแก้วนี้ก่อนตกแตกนั้น ได้บรรจุสารละลายของพลาสติกเหลว
ซึ่งสารนี้ได้ระเหยไปในอากาศช้า ๆ คงทิ้งพลาสติกเคลือบแก้วเอาไว้
เอ็ดวาร์ดตื่นเต้นกับการค้นพบโดยบังเอิญครั้งนี้มาก เขาได้นำความคิดนี้ไปเสนอ บริษัททำรถยนต์แห่งหนึ่ง ให้สร้างกระจกหน้าของรถเป็นกระจกเคลือบพลาสติก เพื่อช่วยป้องกันคนขับรถจากกระจกหน้ารถแตกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่บริษัทรถยนต์แห่งนั้นไม่สนใจ เพราะคิดว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องของคนขับรถ ไม่ใช่เรื่องของบริษัท อีกอย่างทางบริษัทก็ไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการลงทุน
![]() |
ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพสหรัฐอเมริกาได้นำสารเคลือบพลาสติก มาเคลือบที่หน้ากากของทหารเพื่อป้องกันหน้ากากแตกเป็นเสี่ยงนั้นแหละ บริษัทรถยนต์แห่งนั้นจึงได้ตระหนักถึงความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เอาใจใส่ต่อ ข้อเสนอของเบเนดิกตัสทำให้กระจกนิรภัยสำหรับรถได้เริ่มผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง


