คุณสุริยะ เชาวนิช หรือที่ใครๆ เรียกว่าโก้อู้ด เป็นนักธุรกิจคนบ้านเรา ซึ่งมีความน่าสนใจอีกคนหนึ่ง ท่านเป็นผู้บริหาร โครงการอสังหาริมทรัพย์ และ คอกม้า ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต วันนี้ทีมงาน PhuketIndex ก็เลยมาขอสัมภาษณ์โก้อู้ด ที่คอกม้า Phuket Laguna Riding Club
|
ทีมงาน: สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป และกิจการต่างๆ ที่โก้อู้ด บริหารงานอยู่ค่ะ
คุณสุริยะ: สำหรับตอนนี้ ก็บริหารงานอยู่สองตัวหลักๆ คือ งานอสังหาริมทรัพย์ และก็งานคอกม้าที่นี่ครับ
ทีมงาน: ไม่ทราบว่า โครงการ อสังหาริมทรัพย์ที่ทำอยู่ มีตัวไหนบ้างคะ
คุณสุริยะ: ก็มีทั้งจัดสรรที่ดิน และโครงการบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเน้นตลาดบน คือ มีราคาตั้งแต่ ยี่สิบล้านขึ้นไป ภายใต้ชื่อ สุริยาจันทร์พร๊อพเพอร์ตี้
ทีมงาน: เท่าที่ทราบมา สุริยาจันทร์พร๊อพเพอร์ตี้ ประสบความสำเร็จอย่างสูงเลย ไม่ทราบมีหลัก ในการบริหารอย่างไรบ้างคะ
คุณสุริยะ: ความสำเร็จทั้งหมด คิดว่าเป็นเพราะหลายๆ อย่างรวมกัน ทั้งบุญกุศลที่ทำมา ซึ่งผมเชื่อเรื่องพวกนี้มาก ปัจจุบันก็พยายาม ที่จะช่วยเหลือสังคมบ้าง ถ้ามีโอกาส และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คือความสามารถของเราเองด้วย เราต้องมีความรู้จริง
|
บุญกุศลที่ทำมา ซึ่งผมเชื่อ เรื่องพวกนี้ |
ทีมงาน: ต้องรู้จริง เรื่องอะไรบ้างคะ
คุณสุริยะ: ที่ผมยึดถือปฏิบัติ ก็คือ ที่ดินทุกแปลงที่จะซื้อ ผมต้องไปเดินสำรวจด้วยตัวเอง ซึ่งเวลาไปสำรวจนี่ จะตรวจดูทุกอย่างเลย ตั้งแต่มีแหล่งน้ำหรือไม่ ทางเข้าออกมีไหม สะดวกไหม พื้นที่ข้างเคียง สภาพแวดล้ม วิวทิวทัศน์ และก็ความสูง ซึ่งความสูง เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ เพราะปัจจุบัน มีกฎหมายกำหนดเลยว่า ภายในเขตจังหวัดภูเก็ต ห้ามก่อสร้าง ในพื้นที่ ที่มีความสูงเกิน 80 เมตร ทีนี้ถ้าเราไปซื้อที่ดิน ที่มีความสูงเกิน 80 เมตรมา ก็เท่ากับว่าเปล่าประโยชน์ โดยส่วนตัว ผมจะพกเครื่องจีพีเอส ของแต่ละค่ายไปเลย แล้ววัดทุกเครื่อง เพื่อความชัวร์ เพราะบางครั้ง อาจมีการคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย
ทีมงาน: นอกจากจะต้อง มีความรู้จริงแล้ว ยังมีสิ่งอื่นอีกไหมค่ะ
คุณสุริยะ: ก็คือ การกระทำของเราเอง คือ เราต้องมีความจริงใจ พูดจริงทำจริง แล้วก็ต้องแบ่งปันนะ อย่างชาวบ้าน ที่เค้ามาบอกข่าวเราเกี่ยวกับที่ดิน การตัดถนน อะไรแบบนี้ เมื่องานของเราสำเร็จแล้ว เราก็ต้องแบ่งปันให้เค้าด้วย มันก็เหมือนเป็นการสร้าง เครือข่ายข้อมูลของเรานั่นเอง แล้วที่สำคัญอีกอย่างคือ ความรับผิดชอบ เพราะความรับผิดชอบ เป็นตัวที่จะสร้างผลงาน และความน่าเชื่อถือให้กับเรา
ทีมงาน: ไม่ทราบว่าระหว่างกิจการคอกม้า กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จับธุรกิจตัวไหนก่อนกันคะ
คุณสุริยะ: ผมทำคอกม้าก่อนครับ ทำมาประมาณ 8-9 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ออกจากงานใหม่ๆ เริ่มแรกเกิดจากการที่ ผมชอบขี่ม้า เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ทีนี้เราก็เลยสนใจ และเอาใจใส่ ในเรื่องนี้เป็นพิเศษ ถึงขนาดผ่าตัดม้าเองได้ ก็เลยคิดว่าถ้าจะทำธุรกิจ ก็ทำสิ่งที่เราชอบดีกว่า
ทำธุรกิจ กับทำสิ่ง ที่เราชอบ |
|
ทีมงาน: ผ่าตัดม้าเองเลยเหรอคะ
คุณสุริยะ: ครับ เพราะสมัยก่อน การที่จะให้สัตว์แพทย์ มาตรวจแต่ละครั้ง ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่ตอนนี้ไม่ได้ผ่าแล้ว จะให้ลูกชายทำแทน ไม่ค่อยมีเวลาครับ
ทีมงาน: ไม่ทราบว่า พอจะเล่าเรื่อง ครอบครัวให้เราฟัง ได้ไหมคะ
คุณสุริยะ: ผมมีลูกชายสองคนครับ ชื่อต้นกับตู่ สำหรับต้นเค้าเรียนจบแล้ว ตอนนี้ทำงาน เป็นสัตว์แพทย์ิ ที่คอกม้า The Horse Shoe Point ของคุณชัญญา ศรีเฟื่องฟุ้ง (เชอร์รี่) ส่วนตู่ ก็กำลังจะจบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ทีมงาน: แล้วมีแผนอะไรในอนาคตให้เค้าบ้างคะ
คุณสุริยะ: อยากให้เค้ามารับงานต่อจากเรา แต่ตอนนี้ อยากให้ไปหาประสบการณ์กันก่อน อย่างตู่นี่จบมาแล้วก็อยากให้ ไปหาความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับระบบน้ำ/ไฟ เพื่อจะได้นำความรู้ มาใช้ในกิจการได้ ส่วนต้นก็ให้ ไปหาประสบการณ์เพิ่มเติมอีกสักพัก อาจจะให้ไปเรียนต่อเฉพาะทาง เกี่ยวกับช่องปากม้า
|
ธุรกิจคอกม้า ทำมาประมาณ 8-9 ปีแล้ว |
ทีมงาน: จากธุรกิจคอกม้า แล้วมาทำธุรกิจ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างไรคะ
คุณสุริยะ: แรกสุดเลยเพื่อนของผมคนหนึ่ง เค้ามาชวนไปซื้อที่ดิน บริเวณหลังลากูน่า ภูเก็ต เพื่อเก็งกำไร โดยให้ผม เป็นคนออกมัดจำงวดแรก ก่อนครึ่งหนึ่ง วันโอนเค้าจะเอาเงินอีกครึ่งหนึ่งมาลง ก็ประมาณคนละ 2.5 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นผมก็ทุ่มหมดตัวเลยนะ เอาเงินทั้งครอบครัวมาเลย พอถึงวันโอน เพื่อนผมเค้าก็หายตัว ติดต่อไป เค้าก็บอกว่าเค้าไม่เอาแล้ว ผมก็เลยต้องหาเงินอีก 2.5 ล้านบาท มาลงภายในวันนั้นให้ได้ เพื่อเงิน 2.5 ล้านบาทก้อนแรก จะได้ไม่ต้องโดนเค้ายึดไป โดยในที่สุด ก็ไปหยิบยืมเอาจากญาติๆ มาได้
ทีมงาน: เหนื่อยเลยนะคะ
คุณสุริยะ: ครับแต่ก็ต้องสู้ต่อไป เมื่อได้ที่ดินมาแล้ว ก็ต้องคิดว่า จะทำอะไรต่อดี เพราะว่าเงินที่หยิบยืมเค้ามาก็ต้องคืน ก็เลยไปติดต่อสถาปนิก ให้เค้าเขียนแปลน และออกแบบบ้านให้ เสร็จแล้วก็ประกาศขายเลย
ทีมงาน: ใช้เวลานานไหมคะ
คุณสุริยะ: ไม่นานครับ ผมประกาศขายทางอินเตอร์เน็ต ลงประกาศวันพุธ พอวันพฤหัส ก็มีคนมาติดต่อขอซื้อเลย ตกลงซื้อขายเสร็จสรรพ นำเงินไปคืนญาติๆ แล้วก็เหลือเงินลงทุนอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งมันก็มากพอที่ทำให้มีทุน ที่จะขยับขยายงานได้
ทีมงาน: แสดงว่าประกาศที่ลงไป ได้รับการตอบรับดีมาก
คุณสุริยะ: ครับ ในปัจจุบันนี้ ผมก็เลยให้ความสำคัญกับการโฆษณามาก จะมีงบเกี่ยวกับการโฆษณาเลย ไม่ว่าจะเป็นการทำป้าย ประกาศตามหนังสือ หรือโฆษณาในอินเตอร์เน็ต
ทีมงาน: คิดอย่างไรกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
คุณสุริยะ: เราอาจพูดได้ว่า สมัยก่อนแร่เป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูมาก ในภูเก็ต แต่ตอนนี้ธุรกิจ ที่เฟื่องฟูพอๆ กับเหมืองแร่ ก็คือธุรกิจที่ดิน ซึ่งผม ก็ต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์ทั้งหลาย ที่ดลบัลดาลให้ผม ได้มาจับธุรกิจตัวนี้ ซึ่งผมว่าเป็นธุรกิจที่ดีตัวหนึ่ง ยอมรับเลยว่า มันทำกำไรให้อย่างมาก แต่สำคัญที่สุดก็คือ ความรู้จักพอ รู้จักเก็บ และต้องทำอย่างรอบคอบ อย่างผมนี่ตอนนี้ ต้องมีการวางแผนเป็นระบบ ขั้นตอนเลย ไม่มีแล้ว ที่จะมาหวังน้ำบ่อหน้า กะรวยแค่ข้ามคืน หรือฟันกำไรในวันโอน ประเภทจับเสือมือเปล่า คือ ที่ดินทุกชิ้นที่ขาย ต้องเป็นที่ดินของเราเท่านั้น จะไม่เอาที่ดินคนอื่นมาขาย
ทีมงาน: ทำไมละคะ
คุณสุริยะ: ผมว่าการเอาที่ดินคนอื่นมาขาย เราไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ เช่น เราไปติดต่อกับผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว พอถึงเวลาที่จะทำการตกลงซื้อขาย เจ้าของที่เกิดเปลี่ยนใจ ไม่ขายขึ้นมา ที่เราทำไปทั้งหมดก็ถือเป็นการเหนื่อยเปล่า ดังนั้นหากเห็นที่แปลงไหนสวย ก็จะติดต่อเจ้าของแล้ว ก็ซื้อเอาไว้เองเลยดีกว่า
ทีมงาน: เป็นธุรกิจที่ดูเหมือนจะยาก
คุณสุริยะ: ความจริงจะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยากนะ อย่างล่าสุดเลย มีคนมาหาหญ้าช้อง แถวหลังคอกม้า (หญ้าช้องเป็นหญ้า ที่เค้าเอามาทำเบือทอด อาหารพื้นเมืองภูเก็ต อย่างหนึ่ง) ก็เข้าไปคุยกับเค้า แล้วก็บอกเค้าว่า ไปหาหญ้าช้องที่ไหน เห็นทำเลดีให้มาบอกกันบ้าง เค้าก็หายไปช่วงหนึ่ง แล้วก็กลับมาใหม่ พร้อมกับข่าว ของที่ดินแปลงหนึ่ง ซึ่งคุณเชื่อไหม มันเหมาะเจาะจริงๆ ที่แปลงนั้นเป็นที่ตาบอด อยู่ด้านหลังของที่แปลงเก่า ซึ่งผมมีอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ผมเชื่อเรื่องบุญ และการทำความดีนะ กรณีนี้ ผมก็ให้ค่าเหนื่อยเขาไปนะ ถือว่าช่วยๆ กัน อย่างบางครั้ง ผมแค่ได้ยินเค้าคุยกันเรื่องที่ดิน แล้วทำให้ผมรู้แหล่ง ไปซื้อมาได้ ผมก็ให้เขาด้วยนะ
ทีมงาน: จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราเรียนรู้อะไรบ้างคะ
คุณสุริยะ: ตั้งแต่บทเรียนในครั้งแรกเลย ทำให้ผมรู้ว่า เราต้องวางแผนในระยะยาว เช่น เมื่อซื้อที่ดินมาหนึ่งแปลง เราจะไม่รอที่จะขายอย่างเดียว ต้องวางแผนที่หนึ่ง สอง สาม เตรียมไว้ อย่างปัจจุบันนี่ เมื่อซื้อที่มาแล้ว เราก็เริ่มเขียนแปลนโครงการเลย หากมีคนสนใจติดต่อขอซื้อ เราก็ขาย แต่ระหว่างที่กำลังติดต่อ และตกลงเงื่อนไขกัน เราก็ยังดำเนินงานของเราต่อไปนะ ไม่หยุดสร้าง เพราะเป็นการเพิ่มมูลค่า ให้สินค้าของเราด้วย
|
ภาพวิวสวยๆ เมื่อมองจาก สุริยาจันทร์ พร๊อพเพอร์ตี้ |
ทีมงาน: ทราบมาว่า สุริยาจันทร์ พร๊อพเพอร์ตี้ มีทั้งหมดสามโครงการใช่ไหมคะ
คุณสุริยะ: ครับ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ครอบคลุม ความต้องการ ของทุกกลุ่มลูกค้า คือ เมื่อมีลูกค้าติดต่อมาดูบ้านในราคาเกรด A แต่เค้างบประมาณไม่พอ เราก็เสนอเกรด B หรือ C และที่ดินเปล่าตามลำดับ ท้ายที่สุด เราอาจเสนอรูปแบบของ การเช่าระยะยาวก็ได้ เราถือว่าเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาแล้ว ก็ต้องพยายามนำเสนอสินค้า ที่ตรงใจลูกค้ามากที่สุด
ทีมงาน: การออกแบบ เน้นรูปแบบไหนคะ
คุณสุริยะ: จะเน้นการออกแบบที่ใช้ได้จริง และสอดคล้อง กับวิถีชีวิตของชาวตะวันตก ผสมผสาน กับเอกลักษณ์ ของตะวันออกลงไปบ้าง
สุริยาจันทร์ พร๊อพเพอร์ตี้ |
|
|
การออกแบบ ที่ใช้ได้จริง และสอดคล้อง กับวิถีชีวิต ของชาวตะวันตก ผสมผสาน กับเอกลักษณ์ ของตะวันออก |
ทีมงาน: คิดอย่างไรกับการประสบความสำเร็จในวันนี้
คุณสุริยะ: คิดว่าคงเพราะเรามีโอกาส เปรียบเสมือนเรือลำหนึ่งกำลังจะออกจากท่า แล้วผม ซึ่งเป็นคนที่ตัดสินใจเร็ว ก็ตัดสินใจกระโดดลงเรือลำนั้น และบังเอิญมันเป็นเรือเที่ยวสุดท้ายพอดี คือมันเป็นช่วงเวลาสุดท้าย ที่สามารถซื้อที่บริเวณลายัน ในราคาที่เราพอจะสู้ได้
ทีมงาน: ไม่ทราบเหตุการณ์ สึนามิ มีผลกระทบการธุรกิจบ้างหรือไม่คะ
คุณสุริยะ: กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ แต่กับคอกม้าก็มีบ้าง
ทีมงาน: เท่าที่สังเกต รู้สึกว่าโก้อู้ดจะทำโครงการฯ ในพื้นที่ลายันเป็นส่วนใหญ่ใช่ไหมคะ
คุณสุริยะ: ผมถือคติว่า เราจะไม่โตที่อื่น คือ ที่ลายันนี่เรารู้หมดแล้ว ทั้งเรื่องภูมิประเทศ ทีมงาน ชาวบ้าน สภาพแวดล้อมต่างๆ ผมเลยขอที่จะโตในบ้านดีกว่า
ทีมงาน: ไม่ทราบว่าโก้อู้ด เป็นคนจังหวัดไหนคะ
คุณสุริยะ: ผมเป็นคนพังงาครับ แต่มาทำงานที่ภูเก็ต คือ ตอนแรกมารับราชการ เป็นหัวหน้าแผนกบริการคมนาคม ซึ่งนานมากแล้ว ตอนนั้นการสื่อสารยังใช้ระบบ เทเล็กซ์ (Telex) หรือ เครื่องโทรพิมพ์ อยู่เลย
ทีมงาน: จากรับราชการก็มาทำคอกม้าเลย
คุณสุริยะ: ความจริงก็ทำธุรกิจ เรือสปีดโบ๊ทมาก่อน แล้วจึงมาทำคอกม้า ซึ่งตอนทำคอกม้านี่ ก็จับธุรกิจ เกี่ยวกับการประสานงาน กับกองถ่าย ภาพยนตร์ต่างประเทศด้วย อย่างเดอะบีช ที่อ่าวมาหยานี่ ผมก็ทำนะ และธุรกิจตัวล่าสุด ที่จับก็คือ อสังหาริมทรัพย์ สุริยาจันทร์พร๊อพเพอร์ตี้
ทีมงาน: มองเป้าหมายในอนาคตไว้อย่างไรบ้างคะ
คุณสุริยะ: อนาคตก็อยากให้โครงการของเรา เป็นผู้นำในเรื่อง ความสะดวก ปลอดภัย และทันสมัย
|
ตอนนี้คอกม้าของเรา ก็เป็นคอกม้า ที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่ง |
ทีมงาน: แล้วสำหรับคอกม้า
คุณสุริยะ: ตอนนี้คอกม้าของเรา ก็เป็นคอกม้า สำหรับม้าขี่เล่น ที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่ง ในประเทศไทย ในอนาคตต่อไป ก็อยากให้ลูกๆ เค้ามาดูแล และบริหารงาน
การได้ศึกษา และรับรู้เรื่องราว ประสบการณ์ชีวิต ของผู้บุคคลอื่น ถือเป็นการศึกษานอกตำราเรียน ที่ได้ผลดีมากนะคะ หากเพื่อนๆ นำประสบการณ์ และข้อคิดต่างๆ ที่ได้รับจากบทสัมภาษณ์นี้ มาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ กับชีวิตประจำวัน ทางทีมงานก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ
story@phuketindex.com








