คุณ อมร อินทรเจริญ เจ้าของ ภูเก็ต เพิร์ล อินดัสทรี

Search :
Phuket Travel
Browse by alphabet
Browse by location
Increase your business opportunities today by listing in Phuket Business Directory
Home > Living here > Business > Phuket Pearl Factory
คุณ อมร อินทรเจริญ เจ้าของ ภูเก็ต เพิร์ล อินดัสทรี

จากไข่มุกทรงคุณค่า สู่ชิ้นงานดีไซน์นำสมัย หนึ่งในโอท็อป 5 ดาว ของ จังหวัดภูเก็ต “ภูเก็ต เพิร์ล อินดัสทรี” หนึ่งในบริษัท ที่ดำเนินธุรกิจ เกี่ยวกับ การผลิตไข่มุกแบบครบวงจร ทั้งการลงทุนด้านการทำฟาร์มเพาะเลี้ยง โรงงานแปรรูป และโชว์รูมแสดงสินค้า

คุณ อมร อินทรเจริญ

ภูเก็ตไข่มุก หรือ บริษัท เพิร์ล ออฟ ภูเก็ต จำกัด คือ แบรนด์ใหม่ ที่ดูแลรับผิดชอบ ในเรื่องของ การค้าปลีก และ การออกบูธในงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ และยังดูแลการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือ อีบิสสิเนส

วันนี้ที่ทางภูเก็ตอินเด็กส์ ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ คุณ อมร อินทรเจริญ ถึงเรื่องราว ของ ธุรกิจฟาร์มไข่มุก ที่ได้กลายมาเป็นงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ที่สามารถ แข่งขัน กับตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเป็นที่รู้จักกัน อย่างกว้างขวาง ในหมู่ของนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป

คุณอมร ได้เล่าถึงหนทาง ที่นำเขาสู่ความสำเร็จของธุรกิจในวันนี้ ว่ามี ความเป็นมา อย่างไร และอาจเป็นแนวทาง ให้กับผู้ที่ต้องการ เริ่มต้น ทำธุรกิจอยู่ในขณะนี้ได้

เราเป็น ผู้นำทางด้าน ผลิตภัณฑ์ ไข่มุก เจ้าแรก ของเมืองไทย

ในแต่ละเดือน จะมีผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ออกมาให้เลือกไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น

“จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงหอยมุก เพื่อนำไข่มุกมาขาย ในขณะนั้น เราก็ได้ศึกษา และพัฒนาร่วมกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนช่างผู้ชำนาญมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น ผู้นำทางด้าน ผลิตภัณฑ์ไข่มุก เจ้าแรกของเมืองไทย ที่มีการ ทำธุรกิจ อย่างครบวงจร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000 และการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ

จากเดิมในตอนแรก เรามุ่งขาย ไข่มุก เพียงอย่างเดียว และกลุ่มลูกค้าหลัก ก็จะมีเฉพาะ กลุ่มผู้สูงวัย ที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้ตลาดถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ แต่ความจริงแล้วหากเรานำเอาเทคนิคต่างๆ มาใช้ผสมผสาน และสร้างความ หลากหลาย ของผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ในทุกกลุ่ม ทุกวัย ก็จะทำให้ตลาดมุกขยายออกไปได้มากขึ้น” คุณอมรกล่าว

คุณอมร ยังพูดถึง ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มว่า มีความแตกต่างกัน หากเป็นคนไทย ก็จะเน้นความเป็นมุกมากกว่า ส่วนชาวต่างชาติ จะเน้นในเรื่อง ของความเป็นอาร์ต ซึ่งในการจำหน่ายนั้น ทางบริษัทจะเก็บข้อมูล ความต้องการ ของลูกค้า เพื่อนำส่งให้กับฝ่ายออกแบบประมวลผล แล้วทำการผลิตชิ้นงาน ให้ตรงกับความต้องการ ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และในแต่ละเดือน ก็จะมีผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ออกมาให้เลือกไม่ต่ำกว่า 20 ชิ้น เพื่อให้สามารถรองรับ ตลาดได้ทุกระดับ

เราได้ส่งผลิตภัณฑ์ เข้าประกวดเป็น สินค้า โอท็อป ซึ่งปรากฏว่า ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นโอท็อป 5 ดาว

โชว์รูมแสดงสินค้า

ในส่วนของ การทำตลาดต่างประเทศ ลูกค้าหลัก ที่มีการติดต่อซื้อขาย ในส่วนของ วัตถุดิบ คือ อิตาลี กลุ่มนี้นำไปใช้ในการประกอบตัวเรือน ในอุตสาหกรรม เครื่องประดับ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประเทศอาหรับ สเปน กลุ่มที่ทำการ ซื้อขายผ่านทางอีบิสสิเนส คือ มาเลเซียและสิงคโปร์

ด้านกำลังการผลิตนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการขยายฟาร์มเลี้ยง ในส่วนของ มุกเซ้าส์ซี และ อะโกย่า เนื่องจากสภาพน้ำที่เปลี่ยนไป ทำให้พื้นที่ที่เลี้ยงอยู่ ในปัจจุบัน ไม่เหมาะสมจึงต้องหาพื้นที่เลี้ยงใหม่ ซึ่งจะเป็นทะเลน้ำลึก ที่มีน้ำ สะอาด มีการไหลเวียนดี ซึ่งจะทำเพิ่มอีกประมาณ 600 กระชัง ส่วนที่มีอยู่เดิม จะดูแลในส่วนของ มุกซีก หรือ มาร์เบ้ ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 500 กระชัง โดยมีผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 4,000 เม็ดต่อเดือน

ฟาร์มเพาะเลี้ยง

คุณอมร กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า จะมีมุกน้ำจืดจากจีนเข้ามาตีตลาด เนื่องจาก ราคาต่ำ และมีการลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำให้เราต้อง พัฒนาตัวเอง อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะ ในเรื่องของคุณภาพ ซึ่งสินค้าที่ออกจากร้าน จะมีบัตรรับประกันทุกชิ้น

อีกความภาคภูมิใจ นอกจากการเป็นผู้นำด้าน การผลิตไข่มุก เจ้าแรก ของเมืองไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000 นั้น คือ การได้รับ รางวัล โอท็อป 5 ดาว “จากการที่เราได้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวดเป็น สินค้า โอท็อป ซึ่งปรากฏว่า ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นโอท็อป 5 ดาว ในประเภท เครื่องประดับตกแต่ง ซึ่งนโยบายของจังหวัดนั้น ได้มีการส่งเสริม ให้มุกเป็น โอท็อป อย่างหนึ่งของภูเก็ตรองจากผ้าบาติกด้วย” คุณอมรกล่าว


by: Torquoise
story@phuketindex.com

Change to your language

Advertisement