วันนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณอาทิวุธ ลาภาโรจน์กิจ กรรมการผู้บริหาร บริษัท นิวพอร์ตแลนด์ จำกัด (Newport Land & Development Co.,Ltd) ได้สละเวลา ให้ทีมงาน Phuketindex.com เข้าพบ และพูดคุยกันถึงเรื่องราวทั่วไป ตลอดถึงการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการใหม่ล่าสุด ของ นิวพอร์ตแลนด์ ในจังหวัดภูเก็ต คือ โครงการ "คลิตา" (Kalita at Rawai Coast) …
|
ทีมงาน: ก่อนอื่นขอทราบประวัติคร่าวๆ ของ คุณอาทิวุธ สักเล็กน้อย รวมถึงประวัติการศึกษา และการทำงาน
คุณอาทิวุธ: ผมเป็นคนหาดใหญ่โดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายที่ อำเภอหาดใหญ่ แล้วมีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศอเมริกา ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ที่ The University of Texas at El Paso เมื่อจบการศึกษา ก็ได้มาทำงานที่ประเทศไทย โดยเริ่มทำงาน ในสาขาที่เรียนมา ณ บริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นได้ไปช่วยกิจการของที่บ้าน คือ กิจการผลิตถุงนิ้วมือยางส่งออก และ กิจการตัวแทนจำหน่าย ไอบีเอ็ม คอมพิวเตอร์ ในเขต 14 จังหวัด ภาคใต้ ประมาณ 4-5 ปี
ปริญญาตรี ที่ The University of Texas at El Paso
|
|
ทีมงาน: จุดเริ่มต้นของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีความเป็นมาอย่างไร
คุณอาทิวุธ: หลังจากเป็นตัวแทนจำหน่าย คอมพิวเตอร์ ไอบีเอ็ม ได้ประมาณ 2 ปี ก็เริ่มค้นพบว่า ตัวเองไม่เหมาะกับ ธุรกิจประเภท ซื้อมา-ขายไป คือ ผมอยากเป็นผู้ผลิตมากกว่า เพราะเราสามารถ กำหนด และสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตรงตามใจเรา และผู้บริโภคได้โดยตรง ประกอบกับ ตัวผมเอง เป็นคนที่ชอบการออกแบบ และตกแต่งบ้าน เป็นทุนอยู่เดิมแล้ว จึงคิดว่าน่าจะมา ดำเนินธุรกิจแนวนี้
ทีมงาน: เริ่มวางแผนในการทำธุรกิจด้าน "อสังหาริมทรัพย์" อย่างไร
คุณอาทิวุธ: หลังจากค้นพบว่าตัวเองชอบอะไร ถนัด และคิดว่าทำได้ดีแล้ว ผมก็ตัดสินใจ ไปเรียนต่อเกี่ยวกับ การบริหาร-จัดการ ด้านอสังหาริมทรัพย์ หลักสูตร Professional Designation in Light Construction Development Management (LCDM), หลักสูตร Marketing For the Residental Builder (NAHB) และ หลักสูตร Project Management ที่ University of California at Irvine ประเทศสหรัฐอเมริกา
หลักสูตร LCDM
|
|
|
หลักสูตร Program Certified by NAHB |
ทีมงาน: เมื่อเรียนจบแล้ว ก็กลับมาเริ่มงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ประเทศไทยเลย
คุณอาทิวุธ: บังเอิญช่วงที่เรียนจบ ประมาณปี พ.ศ. 2542 เป็นช่วงที่ประเทศไทย อยู่ในภาวะวิกฤต ทางเศรษฐกิจพอดี ก็เลยคิดว่า ยังไม่เหมาะสำหรับ การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับภรรยาของผม (คุณบุษราพรรณ) มีความชอบเกี่ยวกับการศึกษา และสนใจ ที่จะเปิดโรงเรียนพอดี เราจึงตัดสินใจว่า จะกลับไปเปิดโรงเรียน ที่ประเทศไทย โดยเป็นโรงเรียน ที่สอนเกี่ยวกับ การศึกษาเฉพาะด้าน สำหรับเยาวชน ดังนั้น เราจึงได้เริ่มทำการศึกษา วิเคราะห์ หาข้อมูล เกี่ยวกับระบบการเรียนการสอน และ แนวทางการศึกษาเฉพาะด้าน ของเยาวชนอเมริกา ซึ่งศึกษาอยู่ประมาณ 6 เดือน จึงกลับมาเปิดโรงเรียน "KinderLand Learning Center" ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทีมงาน: ไม่ทราบพอจะบอกรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับโรงเรียนได้ไหม
คุณอาทิวุธ: สำหรับโรงเรียน KinderLand Learning Center ก็จะเปิดสอนหลักสูตรเฉพาะด้าน สำหรับเยาวชน เช่น ศิลปะป้องกันตัว ขับร้อง คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ซึ่งทุกหลักสูตร ได้รับการรับรอง จากกระทรวงศึกษาธิการ
ทีมงาน: แล้ว นิวพอร์ตแลนด์ เริ่มต้นได้อย่างไรคะ
คุณอาทิวุธ: ช่วงเวลาที่บริหารโรงเรียนอยู่ ก็ได้ทำการจดทะเบียนบริษัทเตรียมเอาไว้ และเริ่มหาทีมงาน ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เริ่มโครงการแรก เป็นที่ดินด้านข้าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยออกแบบให้เป็น โครงการรูปแบบใหม่ แตกต่างจากโครงการ ที่มีอยู่เดิมในบริเวณนั้น
ทีมงาน: การตอบรับเป็นอย่างไรบ้างคะ
คุณอาทิวุธ:โครงการ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ขายหมด ตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จเลยทีเดียว ซึ่งเราก็มีโครงการ เฟสต่อมาเรื่อยๆ
ทีมงาน: การขยายงานมาที่ภูเก็ต
คุณอาทิวุธ: เริ่มต้นจากการได้ที่ดิน ทำเลดีมาก มาแปลงหนึ่ง เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย หรือ พักผ่อนตากอากาศ สำหรับครอบครัว ด้านหน้าติดถนนใหญ่ ฝั่งตรงข้าม เป็นสวนสาธารณะ สามารถมองเห็นวิวทะเล ได้ในทุกจุด และสิ่งแวดล้อมใกล้เคียง เป็นสถานที่ตากอากาศ และบ้านพักชาวต่างชาติ ซึ่งมีความเงียบสงบ ไม่จอแจและวุ่นวาย รวมถึงใกล้เคียงกับ ร้านอาหาร สปาหรู และรีสอร์ทระดับ 5 ดาว (Mangoteen Resort)
|
|
รูปจำลอง ของโครงการคลิตา
|
|
ทีมงาน: เริ่มเป็น โครงการคลิตา (Kalita at Rawai Coast)
คุณอาทิวุธ: ครับ เมื่อได้ที่ดินแปลงนี้มา และวิเคราะห์ถึงคุณสมบัติ ข้อดีต่างๆ แล้ว ผมก็คิดสร้างโครงการคลิตา (Kalita at Rawai Coast ) และเริ่มออกแบบ โดยใช้แนวคิด และข้อมูลต่างๆ จากครั้งที่ไปเรียน การจัดการอสังหาริมทรัพย์ ที่ประเทศอเมริกา ซึ่งผู้สอนจะพาไปดูงาน ณ สถานที่จริงเยอะมาก ทั้ง แคลิฟอร์เนีย และลาสเวกัส มาวิเคราะห์ และปรับปรุงให้เหมาะสม เข้ากับเมืองไทย โดยใช้ข้อมูล จากการวิเคราะห์เชิงการตลาด สภาพเศรษฐกิจ และความต้องการของลูกค้า ซึ่งโครงการนี้ เราตัดสินใจ ที่จะสร้างบ้าน สไตล์ตะวันตก
|
รูปจำลอง ของโครงการคลิตา
|
|
ทีมงาน: บ้านสไตล์ตะวันตก แตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ ไม่ทราบว่ามีแนวความคิด เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร
คุณอาทิวุธ: ครับ มันอาจดูเหมือนว่า จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะจากการสำรวจ บ้านในรูปแบบตะวันตก เป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับที่นี่ รูปแบบที่นิยมสร้างกันมาก ก็จะเป็นบ้านแบบบาหลี หรือบ้านทรงไทย เนื่องจากแนวความคิดว่า ชาวต่างชาติมาเมืองไทย น่าจะอยากสัมผัสบรรยากาศ ความเป็นไทยให้มากที่สุด แม้แต่ที่อยู่อาศัย ก็อยากได้แบบไทยๆ แต่ผมมองในมุมที่ต่างกัน และเล็งเห็นถึงความต้องการ ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ เค้าเป็นชาวตะวันตก ชอบบรรยากาศของภูเก็ต ชอบความเป็นไทย อัธยาศัยของคนไทย อาหารไทย และ ศิลปะแบบไทย แต่ก็อยากได้บ้าน ที่สร้างในรูปแบบเดียวกัน กับที่บ้านเกิดของเค้า อาจเพราะความเคยชิน หรืออะไรก็ตาม ทั้งนี้รวมไปถึงคนไทย และชาวเอเชีย ที่เค้าชอบ และหลงใหล ในรูปแบบของบ้านแนวตะวันตกด้วย
ทีมงาน: จุดเด่นของ คลิตา (Kalita)
คุณอาทิวุธ: จุดเด่นของเราก็คือ สภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยม ทั้งบรรยากาศโดยรอบ และภายในตัวโครงการเอง ซึ่งเราออกแบบให้มีบ้านเพียง 7 หลัง เพื่อขจัดความแออัด จอแจ และที่สำคัญที่สุด บ้านทุกหลังจะมองเห็นวิวทะเล โดยไม่บดบังทัศนียภาพของกันและกัน โดยเราได้จัดแบบบ้าน ไว้ให้ลูกค้าเลือกถึง 4 แบบ เพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ตรงตามความต้องการจริงๆ
บ้านทุกหลัง จะมองเห็นวิวทะเล |
|
|
บรรยากาศโดยรอบ |
ทีมงาน: แบบบ้านทั้ง 4 แบบ มีความเหมือน และความต่าง อย่างไรบ้าง
คุณอาทิวุธ: จริงๆ แล้ว โครงการของเรา ทำแบบแปลนบ้านไว้ (Floor Plan) 2 แบบ ด้วยกัน คือ ซานต้า มาการิต้า ( Santa Margarita ) และ ลา โฮล์ย่า ( La Jolla) โดยแต่ละแปลน ก็จะมีแบบบ้านให้เลือก แปลนละ 2 แบบ รวมเป็น 4 แบบ ซึ่งจะแตกต่างกัน ในรายละเอียดของการตกแต่ง ทั้งภายนอก และภายใน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่จะมีเอกลักษณ์ ที่เหมือนกัน คือ ตามมุมและเสาต่างๆ จะมีการลบเหลี่ยม เพื่อความสวยงาม และปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กๆ ซึ่งในอเมริกา ถือว่าเป็นรูปแบบมาตรฐาน ที่นิยมกันมาก เอกลักษณ์อีกอย่างคือ บ้านทุกหลัง จะออกแบบให้มีลักษณะโปร่ง โล่ง แต่มีมิติ
คุณอาทิวุธ ออกแบบบ้าน ด้วยตัวเอง |
|
ทีมงาน: บ้านแต่ละแบบ ออกแบบเองเลยรึเปล่า
คุณอาทิวุธ: ผมจะออกแบบคร่าวๆ ในคอมพิวเตอร์ แล้วจึงนำแนวความคิดที่ได้ ส่งต่อให้สถาปนิก และวิศวกร เพื่อให้เค้าไปคำนวณ และออกแบบโครงสร้าง ตามมาตรฐาน อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ทีมงาน: ความพิเศษของแปลนบ้านแต่ละแบบ
คุณอาทิวุธ: สำหรับแปลนบ้านแบบ "Santa Margarita" เราจะเน้น การเล่นระดับของตัวบ้าน "Split Level" เพื่อให้บ้านดูมีมิติ นอกจากนี้ ยังจัดพื้นที่สำหรับครอบครัว อาทิ ห้องนั่งเล่น, Media - Room, Library / Study Room และ สระน้ำ ไว้ในบริเวณชั้น 2 เพื่อความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย โดยบุคคลที่อยู่ภายนอกบ้าน ไม่สามารถมองเห็นกิจกรรม ของสมาชิกภายในบ้านได้ ถือว่าเป็นพื้นที่ ของครอบครัวจริงๆ อบอุ่น และปลอดภัย
ทีมงาน: พื้นที่ชั้นล่าง
คุณอาทิวุธ: พื้นที่ชั้นล่าง จะเป็นส่วนของแขก และแม่บ้าน ประกอบด้วย ห้องพักแขก ห้องครัว และห้องแม่บ้าน คือ เราออกแบบให้ มีความเป็นส่วนตัวสำหรับแขก แต่ก็ทำทางเดินเชื่อมจากด้านล่าง ไปยังสระน้ำชั้นบนไว้ด้วย ขณะเดียวกัน จะมีพื้นที่ส่วนกลาง ที่จัดให้เป็นส่วน Playland สำหรับเด็กๆ ด้วย
ทีมงาน: แปลนบ้านแบบ La Jolla มีความพิเศษ ที่แตกต่างกันอย่างไร
คุณอาทิวุธ: สำหรับแปลนบ้าน La Jolla เราออกแบบให้มีความพิเศษ คือ มีสวนกลางบ้าน ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ ห้องรับประทานอาหาร จะอยู่ระหว่างสวนกลางบ้าน กับสระน้ำ และพิเศษสุดสำหรับ ห้องนั่งเล่น จะมีเพดานสูงถึงชั้น 2 (Open Ceiling) และติดชิดกับสระว่ายน้ำ สำหรับชั้น 2 ห้อง Master Bed จะมี Private Retreat Area และ ห้องน้ำที่ออกแบบให้มี Walk-In Closet ถึง 2 ห้อง พร้อม Dual Sinks และ Luxurious Oval Tub ติดหน้าต่างภายนอกจะมีมุม Study Loft / Library สำหรับเด็กๆ อยู่หน้าห้อง
|
คลิตา เปิดตัวโครงการ อย่างเป็นทางการ ในต้นปี พ.ศ. 2549 |
ทีมงาน: มองอนาคตของ นิวพอร์่ตแลนด์ ไว้อย่างไรบ้างคะ
คุณอาทิวุธ: สำหรับตอนนี้ คงต้องมุ่งมั่น ทำ "คลิตา" ( Kalita) ให้ดีที่สุด โดยเราจะเปิดตัวโครงการนี้ อย่างเป็นทางการ ในต้นปี พ.ศ. 2549
ทีมงาน: โครงการอื่นๆ ในจังหวัดภูเก็ต
คุณอาทิวุธ: เรามีที่ดินอีก 2-3 แปลง บริเวณหาดกะรน และหาดราไวย์ ซึ่งเล็งไว้ว่า จะพัฒนาแปลงที่ราไวย์ก่อน คิดว่าคงอีกไม่นาน
ทีมงาน: หลักในการทำงาน และบริหารองค์กร
คุณอาทิวุธ: การทำงาน ผมให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพนักงาน มาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเน้นบุคคล ที่มีความขยัน ตั้งใจ พร้อมสำหรับการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ สามารถที่จะปรับตัว เข้ากับวัฒนธรรม ขององค์กรเราได้ และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ขนาดขององค์กร จะพยายาม ไม่ให้ใหญ่จนเกินไป เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา องค์กรมีขนาดใหญ่ จะทำให้มีการเคลื่อนตัวช้า ดังนั้น ผมจึงมีนโยบาย ในการบริหารองค์กร เพื่อให้เป็นองค์กรขนาดเล็ก แต่เน้นความสัมพันธ์ของสมาชิก ที่ทุ่มเทในการทำงาน รักและช่วยเหลือกัน เหมือนอยู่ครอบครัวเดียวกัน มากกว่า
กล่าวได้ว่า คุณอาทิวุธ คือ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มีแนวคิดที่แตกต่าง และมีความกล้าที่จะทำ โดยอาศัยการวิเคราะห์ และศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด รอบคอบ มาประกอบการตัดสินใจ แนวปฏิบัติดังกล่าวนี้ พวกเราสามารถนำไปเป็นแบบอย่าง ทั้งในการดำเนินชีวิต และการดำเนินธุรกิจ ได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ
story@phuketindex.com













