กลุ่มบริษัทชาญอิสสระ คือกลุ่มบริษัทหนึ่งที่มีประสบการณ์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่าสองทศวรรษ ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาชั้นนำของบ้านเรากลุ่มหนึ่ง ชาญอิสสระก่อตั้งโดยคุณชาญ อิสสระ ก็จริง แต่ผู้ถือหางเสือคนปัจจุบัน ที่นำบริษัทเข้าสู่ยุคที่สองของการเติบโต คือลูกชายคนที่สามของครอบครัว คุณ สงกรานต์ อิสสระ ภูเก็ตอินเด็กซ์ดอทคอมได้รับโอกาสอันดีจากคุณสงกรานต์เพื่อให้สัมภาษณ์ทั้งเรื่องราวการทำงานและชีวิตส่วนตัว คุณสงกรานต์เกิดและเติบโตที่จังหวัดสงขลาอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งถูกย้ายไปกรุงเทพเพื่อเข้าเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียนวชิราวุธ เมื่อจบชั้นมัธยมต้นคุณสงกรานต์ก็ถูกส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา คุณสงกรานต์จบปริญญาโทในสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ในเพนซิลวาเนีย ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทย เพื่อเริ่มต้นชีวิตการทำงานกับบริษัทการเงินระดับโลกอย่างซิตี้คอร์ป ประเทศไทย และลาออกจากบริษัทเพื่อกลับมาช่วยบริหารงานธุรกิจของครอบครัวในเวลาต่อมา คุณสงกรานต์ได้เปิดเผยเรื่องราวและทัศนะเกี่ยวกับธุรกิจ การดำเนินชีวิต และความสุข ในแบบของตัวเองไว้ดังนี้ จุดเริ่มต้นของชาญอิสสระ
โครงการต่างๆ ของบริษัท เกี่ยวกับการแก้ปัญหา เวลาเจอปัญหา เราก็ต้องไม่ตื่นตกใจแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องใหญ่โตหรือหนักหนาในทีแรก เราจะพยายามมองให้รอบด้าน ดูให้ลึกไปถึงรายละเอียด แล้วเราก็จะพบทางออกของมัน เราเคยเจอปัญหามาเยอะแล้วในชีวิต ทั้งเล็กทั้งใหญ่ อย่างวิกฤตต้มยำกุ้งก็ผ่านมาแล้ว พอเจอปัญหาเราก็เลยไม่ค่อยกลัว จำไว้ว่า ประสบการณ์นั่นล่ะที่จะคอยสอนเราในทุกๆ ครั้งที่เราต้องเผชิญกับปัญหา
การดูแลตัวเอง ผมพยายามแบ่งเวลาให้สมดุล ทั้งการทำงานแล้วก็ชิวิตส่วนตัว 'work hard, play hard' การใช้ชีวิตของผมเป็นแบบนั้น กิจวัตรประจำวันของผมตั้งแต่เช้าเลย คือ ผมจะตื่นประมาณตีห้าถึงตีห้าครึ่ง ตื่นมาผมก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ ใช้เวลาประมาณยี่สิบ นาที หลังจากนั้นก็อาจจะไปตีกอล์ฟหรือตีเทนนิสจนถึงแปดโมง พอเก้าโมงผมก็ถึงออฟฟิศ ทำงาน ตอนเย็นก็อาจจะไปออกกำลังกาย ถ้าตอนเช้าไม่ได้ทำ นอกจากตีเทนนิส ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟแล้ว ตอนนี้ผมยังเริ่มฝึกโยคะด้วย ปรัชญาในการดำเนินชีวิต ผมเดินตามหลัก "สัจจะ เป็นหลัก สามัคคี เป็นเลิศ สุขภาพ ยิ่งใหญ่” มาตลอด ซึ่งเป็นหลักเดียวกับที่ผมยึดถือในการทำธุรกิจ สิ่งที่อยากจะทำ สิ่งที่อยากทำผมก็ได้ทำไปหมดแล้ว แต่ถ้าได้จะทำซ้ำอีกก็ดี ผมชอบท่องเที่ยว ไปออกเรือ เล่นสกีหิมะ หรือการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ที่ผมสามารถหลีกหนีความวุ่นวายต่างๆ ไปดูแลสุขภาพและพัฒนาจิตใจได้ ผมกับครอบครัว และเพื่อนฝูงมักจะจัดทริปแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าการไปช้อปปิ้ง ผมชอบการเดินทาง ไปเรื่อยๆ ดูโลก ดูผู้คน ดูธุรกิจ ดูโรงแรมไปด้วยในตัว
|
|||||||||||||
|
|||||||||||||



