คุณสงกรานต์ อิสสระ

engEnglishthaiไทย
Browse by alphabet
Browse by location
Phuket special directory
Phuket newsletter
Get special directory info, exclusive to you.
We value your privacy

HomePeople Posh Life › Songkran Issara
ก้าวอย่างอิสระไปกับสงกรานต์

Songkran Issara คุณสงกรานต์ อิสสระ


อิสระที่แท้จริงดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากเหลือเกินในสังคมสมัยใหม่อย่างทุกวันนี้ เรามักเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกผูกมัดไว้ด้วยอะไรไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คุณเคยคิดฝันมั๊ยว่าจะได้ใช้ชีวิตบนเกาะสวรรค์เมืองร้อนที่สวยงามและเงียบสงบ ภูเก็ตนี่ล่ะที่จะทำให้ฝันของคุณเป็นจริงได้ ณ เวลานี้ ไม่มีใครที่จะชี้ทางไปสู่ฝันของคุณได้ดีกว่าเขาคนนี้ สงกรานต์ อิสสระ

กลุ่มบริษัทชาญอิสสระ คือกลุ่มบริษัทหนึ่งที่มีประสบการณ์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากว่าสองทศวรรษ ถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาชั้นนำของบ้านเรากลุ่มหนึ่ง ชาญอิสสระก่อตั้งโดยคุณชาญ อิสสระ ก็จริง แต่ผู้ถือหางเสือคนปัจจุบัน ที่นำบริษัทเข้าสู่ยุคที่สองของการเติบโต คือลูกชายคนที่สามของครอบครัว คุณ สงกรานต์ อิสสระ ภูเก็ตอินเด็กซ์ดอทคอมได้รับโอกาสอันดีจากคุณสงกรานต์เพื่อให้สัมภาษณ์ทั้งเรื่องราวการทำงานและชีวิตส่วนตัว

คุณสงกรานต์เกิดและเติบโตที่จังหวัดสงขลาอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งถูกย้ายไปกรุงเทพเพื่อเข้าเป็นนักเรียนประจำของโรงเรียนวชิราวุธ เมื่อจบชั้นมัธยมต้นคุณสงกรานต์ก็ถูกส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา คุณสงกรานต์จบปริญญาโทในสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ในเพนซิลวาเนีย ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทย เพื่อเริ่มต้นชีวิตการทำงานกับบริษัทการเงินระดับโลกอย่างซิตี้คอร์ป ประเทศไทย และลาออกจากบริษัทเพื่อกลับมาช่วยบริหารงานธุรกิจของครอบครัวในเวลาต่อมา คุณสงกรานต์ได้เปิดเผยเรื่องราวและทัศนะเกี่ยวกับธุรกิจ การดำเนินชีวิต และความสุข ในแบบของตัวเองไว้ดังนี้

จุดเริ่มต้นของชาญอิสสระ

เป็นคุณพ่อของผมที่เริ่มจับงานด้านการก่อสร้างมาก่อน ที่จริงก่อนหน้านี้เราก็เคยทำปั๊มน้ำมัน เกี่ยวกับการขนส่ง และก็ขายพวกผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมอย่างพวกบิทูเมนให้กับรัฐ ตอนที่ผมเริ่มเข้ามาช่วยคุณพ่อเมื่อ 25 ปี ก่อนนั้น โครงการแรกที่ผมเริ่มเลยก็คือ ตึกชาญอิสสระทาวเวอร์ 1 ซึ่งถือว่าเป็นตึกสูงตึกแรกในกรุงเทพฯ จากนั้นโครงการอื่นก็ขึ้นตามมา

Songkran Issara

โครงการต่างๆ ของบริษัท

ตั้งแต่ชาญอิสสระกรุ๊ปก่อตั้งชาญอิสสระเดเวลลอปเม้นต์ขึ้นมาเมื่อเดือนธันวาคม ในปี 2532 เราป้อนโครงการเข้าสู่ตลาดหลากหลายมาก ธุรกิจเราจนครอบคลุมทั้ง อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ ทาวส์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว โรงแรม นิคมอุตสาหกรรม และอาคารศูนย์การค้า สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ก็มี ชาญอิสสระทาวเวอร์, ชาญอิสสระลาดพร้าว, ชาญอิสสระฟอร์ตี้ทู สุขุมวิท, ศรีพันวา ภูเก็ต, บ้านชานทะเล ชะอำ, บ้านอิสสระ พระราม 9 และบ้านเพลินทะเล

หลักการทำงาน

เราทำงานด้วยใจ เราไม่ได้ทำแล้วหวังผลกำไรมากๆ แต่เราพยายามทำให้ออกมาดีก่อนเป็นอันดับแรก ให้เราพอใจแล้วลูกค้าก็พอใจด้วย เพราะผมเชื่อว่า ยิ่งให้เราก็ยิ่งได้คืน เราให้สิ่งดีๆ กับลูกค้าไป เดี๋ยวสิ่งๆ ดีจะกลับมาหาเรา กำไรมันก็มาเอง ผมยึดมั่นในการทำงานด้วยความรัก ความซื่อสัตย์ แล้วก็เชื่อมั่นในการทำงานเป็นทีม

เกี่ยวกับการแก้ปัญหา

เวลาเจอปัญหา เราก็ต้องไม่ตื่นตกใจแม้ว่ามันจะดูเป็นเรื่องใหญ่โตหรือหนักหนาในทีแรก เราจะพยายามมองให้รอบด้าน ดูให้ลึกไปถึงรายละเอียด แล้วเราก็จะพบทางออกของมัน เราเคยเจอปัญหามาเยอะแล้วในชีวิต ทั้งเล็กทั้งใหญ่ อย่างวิกฤตต้มยำกุ้งก็ผ่านมาแล้ว พอเจอปัญหาเราก็เลยไม่ค่อยกลัว จำไว้ว่า ประสบการณ์นั่นล่ะที่จะคอยสอนเราในทุกๆ ครั้งที่เราต้องเผชิญกับปัญหา



Songkran Issara

ความสัมพันธ์กับลูกน้อง

ตอนนี้ลูกน้องที่ขึ้นกับผมโดยตรงก็มีประมาณสองร้อย จะทำงานด้วยกันนี่ เราก็ต้องมีความจริงใจให้กัน นั่นคือสิ่งสำคัญ พอเราโตขึ้นเป็นองค์กรที่ใหญ่ขึ้น เราก็ต้องอาศัยให้เขาช่วย พอๆ กันกับที่เราต้องช่วยเขา เราเองก็ต้องมีระบบการทำงานดี แบ่งงาน กระจายงานแล้วก็เชื่อใจให้เขาทำเต็มที่ เขาก็จะทำงานให้เราด้วยใจ พอเป็นแบบนี้เราก็จะเติบโตและเดินไปข้างหน้าด้วยกันเป็นทีม

 


การดูแลตัวเอง

ผมพยายามแบ่งเวลาให้สมดุล ทั้งการทำงานแล้วก็ชิวิตส่วนตัว 'work hard, play hard' การใช้ชีวิตของผมเป็นแบบนั้น กิจวัตรประจำวันของผมตั้งแต่เช้าเลย คือ ผมจะตื่นประมาณตีห้าถึงตีห้าครึ่ง ตื่นมาผมก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ ใช้เวลาประมาณยี่สิบ นาที หลังจากนั้นก็อาจจะไปตีกอล์ฟหรือตีเทนนิสจนถึงแปดโมง พอเก้าโมงผมก็ถึงออฟฟิศ ทำงาน ตอนเย็นก็อาจจะไปออกกำลังกาย ถ้าตอนเช้าไม่ได้ทำ นอกจากตีเทนนิส ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟแล้ว ตอนนี้ผมยังเริ่มฝึกโยคะด้วย

ปรัชญาในการดำเนินชีวิต

ผมเดินตามหลัก "สัจจะ เป็นหลัก สามัคคี เป็นเลิศ สุขภาพ ยิ่งใหญ่” มาตลอด ซึ่งเป็นหลักเดียวกับที่ผมยึดถือในการทำธุรกิจ

สิ่งที่อยากจะทำ

สิ่งที่อยากทำผมก็ได้ทำไปหมดแล้ว แต่ถ้าได้จะทำซ้ำอีกก็ดี ผมชอบท่องเที่ยว ไปออกเรือ เล่นสกีหิมะ หรือการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ที่ผมสามารถหลีกหนีความวุ่นวายต่างๆ ไปดูแลสุขภาพและพัฒนาจิตใจได้ ผมกับครอบครัว และเพื่อนฝูงมักจะจัดทริปแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าการไปช้อปปิ้ง ผมชอบการเดินทาง ไปเรื่อยๆ ดูโลก ดูผู้คน ดูธุรกิจ ดูโรงแรมไปด้วยในตัว

1 I 2  


Go to top Go to top
 

Advertisement