คุณ "คอนวา ลี" หรือที่เธอขอให้เราเรียกว่า "คอนนี่" บอกกับเราว่า “แรกเริ่มเดิมที การทำอาหารเป็นแค่งานอดิเรกของฉันเท่านั้น แต่ตอนนี้มันคืองานของฉันค่ะ" เราแปลกใจมากเมื่อได้รู้จากปากของเธอว่า ก่อนที่เธอจะมาเป็นเชฟที่นี่ เธอเรียนและทำงานในสาขาที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการทำอาหารเลย อย่างสาขาจิตวิทยามาก่อน คอนนี่เล่าให้เราฟังว่า มันไม่ง่ายเลยกว่าที่เธอจะได้มาเป็นเชฟเช่นทุกวันนี้ ทั้งๆ ที่เธอมีความรักในการทำอาหารอย่างล้นเหลือ สาเหตหลักนั้นมาจากพ่อแม่ของเธอยังยึดติดกับค่านิยมเก่าๆ ที่ว่าอยากจะให้เธอได้เป็นครูหรือไม่ก็หมอ ก็เหมือนกับคนเอเชียอีกมากที่อยากจะให้ลูกสาวได้ทำงานที่มีเกียรติและเป็นที่น่าเคารพยกย่องในสายตาคนทั่วไป หลายครั้งที่เธอได้โน้นน้าวพ่อแม่ แต่ก็ไม่สำเร็จ คอนนี่จึงตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการติดต่อและสมัครเรียนทำอาหารด้วยตัวเอง ในที่สุด เธอก็ได้เข้าเรียนในโรงเรียนสำหรับการโรงแรมแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการบริการที่เป็นอับดับหนึ่งของโลก การเรียนทำอาหารต้องใช้เวลาหนึ่งปีเต็ม ไม่นับรวมกับการฝึกงานอีกหนึ่งปี เป็นเวลาสองปีที่คอนนี่ได้เรียนรู้ศาสตร์การทำอาหารทุกๆ ด้าน เธอบอกกับเราว่า “ถึงแม้ว่าการเรียนที่นี่จะหนักหนาเอาการ แต่โรงเรียนก็สอนฉันทุกอย่างจริงๆ รวมถึงการทำงานอย่างไรให้ง่ายขึนด้วย”
“ในช่วงแรกก็ต้องพยายามมากหน่อย แต่พอทำงานด้วยกันนานไป เราก็พบว่ามันง่ายขึ้น เราทำงานด้วยกันตลอด ทุกวัน วันละหลายชั่วโมง นั่นทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้และเข้าใจแนวทางของกันและกันมากขึ้น” จนถึงตอนนี้ คอนนี่สามารถเอาชนะต่ออุปสรรคที่เคยมี และทำงานให้ที่ห้องอาหารบาบามาเป็นเวลาเก้าเดือนแล้ว เราจึงถามเพราะอยากรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไรต่อไปมนอนาคต “ถ้าฉันมีประสบการณ์มากพอแล้ว วันหนึ่งฉันก็อยากจะเป็นครูสอน อยากจะสอนให้คนทำอาหารเป็น” ช่างเป็นประโยคที่บอกเล่าที่แสดงถึงความรักต่อการทำอาหารได้เป็นอย่างดี ก่อนจากกัน เธอบอกต่อในสิ่งที่ได้รับการสอนมาจากโรงเรียนว่า การจะเป็นเชฟที่ประสบความสำเร็จได้นั้น สามสิ่งที่คุณต้องมี คือ “ความหลงใหล ความอดทน และความภาคภูมิใจในการงานอาชีพของตน” ขอบคุณคอนนี่สำหรับเวลาอันมีค่าที่เธอสละมาให้เรา และขอให้เธอประสบความสำเร็จกับงานที่ห้องอาหารบาบา
|
|||||||
|
|||||||


