หลายอาทิตย์ก่อน เราได้โอกาสพูดคุยกับคุณ ธนิต ชุติพงศ์พัฒนกุล เจ้าของโครงการบ้านร่มไม้ จากการพูดคุยสบายๆ ในวันนั้น นี่คือคำพุกหนึ่งของคุณธนิต “ผมชอบอยู่เบื้องหลังมากกว่า ที่นี่ มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าผมเป็นเจ้าของโครงการ ส่วนใหญ่จะรู้จักผมในฐานะวิศวกร” เราคิดว่าคุณคงอยากรู้จักเขามากกว่านี้แน่นอน
คุณธนิต ไม่ได้มีพื้นเพเป็นคนภูเก็ต หรือว่ากรุงเทพ แต่เขามาจากฉะเชิงเทรา ก็เหมือนกับเด้กๆ หลายคนที่เข้ากรุงเทพเพื่อโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่า หลังจากที่คุณธนิตเรียนจบปริญญาตรี หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังแล้ว เขาก็เข้าทำงานในแผนกช่างที่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ทำงานได้สองสามปี คุณธนิตที่ตัดสินใจว่าจะเป็นเจ้านายตัวเอง ก็ลาออกจากบริษัทมาทำธุรกิจส่วนตัว
จากการพูดคุยเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง เราได้รู้ว่า คุณธนิตเริ่มต้นด้วยงานวิศวกรรมระบบเครื่องกลและไฟฟ้า ภายใต้ชื่อบริษัทว่า “อี ทเวนตี้โฟร์” (บริษัทแม่ของบ้านร่มไม้) ก่อนที่จะพัฒนามาสู่งานก่อสร้างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นงานที่ทำให้ลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน ที่คุณธนิตมีสายสัมพันธ์อันดีด้วย บริษัท อี ทเวนตี้โฟร์ อยู่เบื้องหลังโครงการก่อสร้างมากมายในเขตกรุงเทพฯ เช่น อาคารสำนักงานใหญ่ซิตี้แบงค์ อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารเอชเอสบีซี อาคารสำนักงานบริษัทเครดิต สวิส เฟิร์ส บอสตัน (ประเทศไทย) สำนักงานใหญ่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด อาคารสำนักงาน เอ บี เอ็น แอมโร (เอเชีย) เช่นเดียวกันกับห้างแม็คโคร 20 สาขาแรก และการบุกเบิกตลาดในภูเก็ตที่คุณธนิตฝ่าฟันเข้ามาฝากผลงานก่อสร้างเอาไว้กับ ทรี ดอลฟินส์ รีสอร์ท, กะตะมันดา รีสอร์ท และตรีสรา
บ้านร่มไม้เป็นโครงการบ้านเพื่อการอยู่อาศัย โครงการแรกของคุณธนิตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริงของพื้นที่แถบชายฝั่ง เขาบอกเราว่า
เกี่ยวกับชื่อโครงการ “มันสะท้อนถึงความใกล้ชิดธรรมชาติของผม” คุณธนิตเล่าให้เราฟังว่า เขาถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาท่ามกลางเรือกสวนไร่นา เพราะครอบครัวทำการเกษตร เพราะฉะนั้นเขาจึงชอบอยู่กับต้นไม้ใบหญ้า ชื่อโครงการ “ร่มไม้ชายเล” ที่คำว่า “ร่มไม้” แสดงถึงตัวตนของคุณธนิต และ “ชายเล” ก็สื่อถึงความเป็นภูเก็ตได้ดี
โครงการบ้านของคุณธนิตตอบโจทย์ที่แสดงถึงความเป็นคุณธนิตสามอย่างคือ “ผมเป็นลูกหลานคนจีน ผมมาจากทีอื่น และผมเป็นคนชอบเล่นกีฬาออกกำลังกาย” เกี่ยวกับประเด็นแรก คุณธนิตเล่าว่า เขาเกิดในครอบครัวคนจีน ก็เหมือนกับคนภูเก็ตจำนวนไม่น้อยที่อยู่ห้องแถวมาก่อน (เหมือนที่เราเห็นแถวถนนดีบุก) ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ถ้าเลือกได้เขาก็อยากอยู่ในที่ที่มันเปิดโล่งโปร่งสบาย มีอากาศถ่ายเท นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบ้านร่มไม้จึงต้องตั้งอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน
เกี่ยวกับราคาที่เป็นธรรม คุณธนิตบอกเราว่า “เป็นเพราะผมมีความรู้และมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างมาก่อน ทำให้ผมสามารถควบคุมต้นทุนอยู่และรับมือกับภาาวะเงินเฟ้อได้ ถ้าคุณพอจะมีพื้นฐานและรู้ราคาการก่อสร้างในภูเก็ตอยู่บ้าง คุณจะสงสัยว่าผมทำบ้านแบบนี้ ขายในราคาอย่างนี้ได้ยังไง”
คุณธนิตเคยเผชิญช่วงเวลาวิกฤติต่างๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น SARS ไข้หวัดนก หรือแม้แต่สึนามิ แต่สิ่งที่เขาห่วงที่สุด ก็คือสถานการณ์การเมืองของไทย และการชุมนุมประท้วงของประชาชน “มันไม่ใช่ภัยธรรมชาติ” เขาบอก “แต่มันคืออะไรที่เราก่อกันขึ้นมาเอง”
“ง่ายๆ เลย ผมไม่เคยโกงใคร ไม่เอาเปรียบคนอื่น แล้วผมก็ชอบช่วยเหลือผู้อื่นมากกว่าทำบุญด้วย” ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ คุณธนิตตอบเลียนประโยคฮิตของนางงามทุกยุคทุกสมัยว่า “ผมอยากให้เมืองไทยสงบสุข” ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่า “ มันไม่ใช่เพื่อเมืองไทยอย่างเดียว แต่มันเพื่อธุรกิจของผมด้วย” คุณธนิตเชื่อว่าหากสถานการณ์บ้านเมืองของเราคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น โครงการของเขาก็จะมีอนาคตที่สวยงามเช่นกัน
|
||||||||||
|
||||||||||



