“ทำไมเราไม่ทำอะไรใหม่ๆ ล่ะ ทำไมเราไม่นำเสนอทางเลือกของทันตกรรมเพื่อความงามที่ดีกว่าแก่คนไข้ล่ะ อะไรที่เราสามารถทำด้วยกันได้ ให้เหมือนกับเราได้กลับไปเรียนด้วยกันอีกล่ะ” ความคิดนี้เองที่นำไปสู่การก่อตั้งภูเก็ตคอสเมติกเดนทัลคลีนิกในปัจจุบัน คุณหมอศราวุธ จบจากคณะทันตแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ชีวิตการทำงานของหมอนั้นเริ่มต้นด้วยการเป็นทันตแพทย์ทั่วไปประจำโรงพยาบาลทับปุด ในจังหวัดพังงา เป็นเวลาสองปีที่คุณหมอเล่าให้เราฟังว่า “ผมเป็นรุ่นที่ 3 ที่รัฐบาลส่งให้ไปประจำตามชนบทเพื่อพัฒนาการทันตกรรมของชุมชน ตอนที่ประจำอยู่ที่นั้น ผมภูมิใจมาก เพราะไม่ใช่แค่การตรวจรักษาคนไข้อย่างเดียว ผมยังทำหน้าที่เสมือนหนึ่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ทำให้ชาวบ้านรับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่ผมอยู่มากขึ้นอีกด้วย คุณต้องอย่าลืมว่า สมัยนั้น ชาวบ้านแถวนั้นเขายังเชื่อว่าที่เดียวที่พวกเขาจะไปถอนฟันได้ คือ ในตัวเมืองเท่านั้นนะครับ” หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณหมอศราวุธ ให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำฟัน ก็ด้วยความเชื่อและค่านิยมของคนไทยต่ออาชีพนี้ที่มีมาช้านานแล้วว่า เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นงานที่มั่นคง และให้ผลตอบแทนที่ดี เกี่ยวความเป็นมาของคลีนิก คุณหมอศราวุธเล่าว่า “ผมและเพื่อนๆ ฝันที่จะทำอะไรให้มันแตกต่าง เพราะอย่างนั้น ผม คุณหมอศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ชินวัตร (ทันตแพทย์ศัลยกรรม) และอีกคนคือ คุณหมอจุไรรัตน์ หล่อศิริพัฒน์ (ทันตแพทย์จัดฟัน) จึงได้ก่อตั้งภูเก็ตคอสเมติกเดนทัลคลีนิกขึ้น” ก่อนจะเล่าต่อไปว่า “เราอยากให้คลีนิกของเราโดดเด่นและแตกต่าง เราทำคลีนิกทันตกรรมก็จริง แต่ไม่ใช่ในแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป ถ้าคุณมีโอกาสมาเยือนคุณจะสัมผัสได้ในทันที จากการตกแต่งและทำเลที่ตั้งของเรา มันดูไม่เหมือนคลีนิกทำฟัน หรือที่ที่ทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัวการทำฟันเลย” หลังจากการพูดคุยในช่วงสั้นๆ นี้แล้ว คุณหมอก็ได้เชื้อเชิญให้เราไปสำรวจรอบๆ คลีนิก ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้เราอย่างมาก เพราะคลีนิกของคุณหมอให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายจริงๆ มาถึงยุคสมัยที่ความคิดและค่านิยมของคนเปลี่ยนไป ผู้คนหันมาให้ความสำคัญความสวยงามมากขึ้น จนการทำทันตกรรมกลายเป็นอุตสาหกรรมเช่นในปัจจุบัน คุณหมอกล่าวว่า “เป็นเรื่องดีที่คนหันมาให้เวลากับการทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ไม่ใช่แค่การดูแลฟันอย่างเดียว ยังรวมไปถึงการดูแลสุขภาพร่างกายด้วย คนรุ่นใหม่จะตื่นตัวกับความงามมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากรุ่นพ่อแม่ของเขา เวลาปวดฟัน เด็กเหล่านี้จะกล้ามาพบหมอที่คลีนิก พวกเขามักจะบอกว่า 'ช่วยถอนมันออกให้หน่อยครับ/ค่ะ' เท่านั้น ขอแค่ให้พวกเขาดูดีขึ้นหลังจากนั้นก็พอ” การทำคลีนิกของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคุณหมอต้องทำให้คลีนิกเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในวงกว้างด้วยตัวเอง คุณหมอเล่าว่า
โดยส่วนตัวแล้ว คุณหมอศราวุธมีความสนใจในงานศิลปะ และก็ได้นำทักษะนั้นมาใช้ในงานทำฟันของเขาด้วย “ก็เหมือนศิลปินที่สร้างงานศิลปะบนผืนผ้าใบ ผมก็สร้างงานศิลปะแบบของผมในปากของคนไข้” ไม่แปลกใจเลยที่เราได้รู้ว่า หากคุณหมอไม่ได้เป็นทันตแพทย์เช่นทุกวันนี้แล้ว คุณหมอจะไปเป็นสถาปนิก จริงๆ แล้ว ช่วงที่ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น บางครั้งคุณหมอก็ปรารถนาให้มีเวลาเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้หาโอกาสไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรม แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะการเรียนคณะทันตแพย์ในช่วง 6 ปีนั้น ไม่เปิดโอกาสให้เลย อย่างไรก็ดี คุณหมอบอกกับเราว่า “ถึงตอนนี้ก็ยังหวังว่า (ในวันหนึ่งข้างหน้าหากมีเวลา) จะมีโอกาสได้เปิดสตูดิโอออกแบบเป็นของตัวเอง” คุณหมอฝากกับเราในท้ายที่สุดว่า ภูเก็ตอินเด็กซ์ขอขอบคุณคุณหมอศราวุธ สำหรับเวลาและเรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้ |
||||||||
|
||||||||


