 |
|
คุณ Graham Bibby
ประธานกรรมการบริหาร ริชมอนด์ กรุ๊ป
ประธานกรรมการบริหาร ริชมอนด์ แอสเซท เมเนจเม้นท์ |
แกรแฮม บิบบี้ เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินของประเทศอังกฤษ และเป็นบุคคลที่มีเชื่องเสียงไปทั่วทั้งทวีป เอเชียรวมทั้งทั่วโลก ตั้งแต่การปรากฎตัวในโทรทัศน์ ช่วงที่เศรษฐกิจโลกประสบปัญหา เขาเป็นประธานกรรมการบริหารของ “ริชมอนด์กรุ๊ป” ที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดภูเก็ตด้วย และวันนี้ เราจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของ แกรแฮม บิบบี้ พร้อมๆกัน
สมัยที่แกรแฮม ยังเป็นเด็ก เขาสนใจในเรื่อง “เงิน” ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ สนใจในเรื่องราวของเกมส์เสียมากกว่า เมื่อเขาอายุ 20 ปี เขาได้ร่วมทำงานในบริษัทที่เกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านการเงินของอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเขาได้ก่อตั้งองค์กรการวางแผนทางด้านการเงินในประเทศอังกฤษ – นั่นเป็นจุดที่ทำให้เขาเริ่มต้นอาชีพที่เกี่ยวข้องทางด้านนี้
ในช่วงยุค 70 ประเทศอังกฤษได้เผชิญกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง แกรแฮมใช้ความคิดอย่างหนักในการค้นหาว่าทำไม จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ และพยายามที่จะหาทางพลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาสที่ดี และในช่วงยุค 80 การลงทุนเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์ เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศอังกฤษ และ แกรแฮมก็คาดการณ์ไว้ว่าจะมีการล้มละลายเกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น – และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเป็นจุดสนใจของประชาชนทั่วโลก
และเหตุการณ์นั้นก็คุกคามไปถึงทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ แกรแฮม ผลที่ตามมาหลังจากการคาดการณ์ของเขานั้น คือ การพัฒนาการเงินที่มั่นคงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น และขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ที่ถูกต้องของนักลงทุน ในปี พ.ศ. 2534เขาตัดสินใจย้ายไปที่ ฮ่องกง และได้ทำธุรกิจที่มีชื่อว่า “ริชมอนด์ แอสเซท เมเนจเม้นท์” - เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาทางด้านการเงิน
|
จากประสบการณ์ต่างๆ ที่แกรแฮมสะสมเอาไว้ทำให้เขา มีชื่อเสียงที่โด่งดังในกลุ่มสังคมชาวอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2539 – 2541 เขาได้รับตำแหน่งนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ ฮ่องกง และได้รับการสนับสนุนจากหลักทรัพย์และตราสารล่วงหน้าของฮ่องกง ในตำแหน่ง ผู้จัดการสินทรัพย์ และ ที่ปรึกษา
ในปี พ.ศ. 2535 เขาได้เดินทางมาภูเก็ตเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นเขาก็เดินทางมาเป็นประจำ แกรแฮมบันทึกไว้ว่า ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโต แต่ยังขาดความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม การที่ทำให้ ภูเก็ต เป็นแหล่งพักผ่อนนั้น เป็นสิ่งทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างมากมาย โดยเป็นแหล่งดึงดูดผู้คนจากต่างประเทศ วัยเกษียณ หรือแม้แต่นักลงทุน – นั่นเป็นเหตุผล ที่ทำให้เขาเลือกลงทุนที่ภูเก็ต |
 |
โดยแรกเริ่ม แกรแฮมซื้อพื้นที่ ที่บางเทา 1 ไร่ และเริ่มก่อสร้างโครงการ ที่มีชื่อว่า “เดอะ หิมพานต์” เขาเริ่มขยายพื้นที่ไปทีละเล็กละน้อย ในละแวก ลากูน่า – และลากูน่าในวันนี้ก็กลายเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงในการพัฒนา
“เดอะ ริชมอนด์ กรุ๊ป” ได้ถูกเปรียบเป็น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มตลาดบน เพื่อการพักอาศัย และนักลงทุนชาวต่างชาติ
ในขั้นต้น แกรแฮมได้เผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ ที่เป็นผลมาจากการ เชื่อใจในตัวบุคคลภายนอก ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงตัดสินใจที่จะลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และหลังจากนั้นจึงรวบรวม สถาปนิกที่มีประสบการณ์ นักออกแบบ ผู้ดูแลโครงการ จากทั่วโลก มาทำงานกับเขา และการร่วมมือเช่นนี้เองก่อให้เกิด “เดอะ ริชมอนด์ กรุ๊ป” ขึ้น ให้บริการและคำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ เอกสาร การออกแบบ การก่อสร้าง และการจัดการมานับแต่นั้น
หลังจากนั้น “เดอะ หิมพานต์” ก็มีการพัฒนาอีก 7 โครงการตามมา คือ “เดอะ เรสสิเด้นท์ ป่าตอง”, “เดอะ พาร์ค อิน ลายัน”, “เดอะ เพียร์ แอด ฉลอง ”, “เดอะ เพลซ อิน กมลา”, “เดอะ ล๊อคปาล์ม อิน กะทู้ ” ,“เดอะ บีชคลับ แอด บางเทา”และสุดท้าย “เดอะ ริชมอนด์ คันทรีคลับ” แกรแฮม บิบบี้ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในการเจริญเติบโตของการลงทุนใน
อสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต และยอมทุ่มเทในการลงทุนอีกด้วย เขากล่าวในการสัมมนาครั้งหนึ่งว่า “ถึงแม้เกิดเหตุการณ์สึนามิ การรัฐประหาร หรือแม้แต่การก่อการจราจล ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และราคาขายก็ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ” และเขาอาจจะกล่าวไว้ถูกต้อง เพราะราคาห้อง ที่ “เดอะ เรสซิเดนท์” เพิ่มขึ้น 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงหลายปีผ่านๆ มา
แกรแฮมมีตำแหน่งเป็น ผู้จัดการสินทรัพย์ และมีประสบการณ์ในการพูดต่อหน้าสาธารณชนเป็นประจำ เราจะพบเห็นเขาได้บ่อยทาง ซีเอ็นบีซี, ซีเอ็นเอ็น, บลูมเบอร์ก และ เอ็นดีทีวี
|