 |
|
ทันตแพทย์หญิง นงธนัญ เทพบุตร |
“กรรมวิธีแห่งการดูแลสุขภาพ ด้วยการป้องกัน ซึ่งไม่ใช่การรักษา เพราะหากเราเข้าใจกระบวนการแห่ง สปา อย่างลึกซึ้งแล้วนั้น จึงไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อขับหรือขจัดสารพิษที่อยู่ในร่างกายให้ ออกไป”
เรื่องราวชีวิตของคุณหมอ นงธนัญ
คุณหมอเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา แต่มาโตที่กรุงเทพฯ ด้านการศึกษา จบจากมหาวิทยาลัยมหิดล คณะทันแพทย์ศาสตร์ หลังจากเรียนจบระดับปริญญาตรี ก็ได้เดินทางมาทำงานที่ โรงพยาบาลพังงา และหลังจากนั้นประมาณ 1 ปี ก็เปลี่ยนมาทำงานที่ โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต
ซึ่งตามแบบฉบับของชีวิต เมื่อเรียนจบในระดับปริญญาตรี เข้าทำงาน และลงท้ายด้วยการแต่งงาน มีลูกน้อย แต่เมื่อคุณหมอได้ให้กำเนิดลูกน้อย ชีวิตก็เปลี่ยนไป “หมอรู้สึกว่า หลังจากการคลอดลูกแล้ว ต้องการเห็นความสามารถและอยากพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ในตัวลูก และจะต้องมีใครสักคน คอยดูแลเขาเป็นอย่างดี หมอจึงลาออกจากการเป็นหมอฟัน แล้วกลับมาใช้เวลาในการดูแลลูกอย่างเต็มที่”
ทำไมคุณหมอจึงสนใจในศาสตร์แห่งการบำบัดโรค?
“หมอคิดว่า ตัวเองมีความสนใจในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ และในตอนนั้นที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ก็กำลังสนใจเรื่องการบำบัดโรค และช่วงที่เรียนก็ยังพอมีเวลาในการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับด้านนี้ด้วย หมอได้อ่านข้อมูลเรื่องราวต่างๆ มากมาย ได้อ่านเรื่องที่ตัวเราเองชอบอยู่แล้วและยังได้เรียนรู้ในทุกรายละเอียดของการบำบัดโรค หมอจึงได้เข้าใจเพิ่มอีกว่า ความรู้หรือหลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้เข้าใจนั้น ยังสามารถเจาะลึกในรายละเอียดได้มากกว่านี้ และยิ่งทำให้เรามุ่งมั่นที่จะขวนขวายและอยากที่จะเรียนรู้ให้มากยิ่งขึ้น เพราะถ้าหากไม่เกิดการค้นหา ก็จะไม่เกิดการค้นพบ อีกทั้งยังทำให้เราเปิดกว้างในการรับรู้สิ่งใหม่ๆ และเป็นการสร้างกำไรให้กับชีวิตที่ดีอีกด้วย”
เพราะเหตุใดจากความสนใจในการบำบัดโรค จึงกลาย เป็น...สุโข สปา?
“2 เหตุผลหลักๆ ของการเปลี่ยนแปลง คือ ความสนใจโดยส่วนตัวใน “ด้านวัฒนธรรมไทย” และ “ด้านแพทย์ทางเลือก” และเพราะด้วยความรัก ความห่วงใยที่มีต่อลูก จึงรู้ว่าควรที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกน้อย บวกกับการที่หมอหันมาศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและแพทย์ทางเลือก รวมไปถึงการป้องกันโรคอย่างจริงจัง ดังกล่าวที่กลายมาเป็นคติของหมอที่ว่า “การป้องกันเพียงน้อยนิด ก็เป็นการบำบัดที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว” |

|
แนวคิดของ สุโข สปา คืออะไร?
“อันที่จริงแล้ว คอนเซ็พท์หรือแนวคิดของ สุโข สปา เกิดจากหมอและครอบครัวของหมอ ที่พยายามเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่ปราศจากสารอันตราย แต่เมื่อเราเริ่มเรียนรู้และมีความรู้จากการได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ แล้วจึงคิดว่า อยากแบ่งปันความคิดดีๆ หรือความรู้ต่างๆ ที่ได้มาเกี่ยวกับการใช้สารอินทรีย์ชีวภาพ ให้กับผู้อื่นด้วย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว หมอสนุกกับงานที่ สุโข สปา และถึงแม้จะรู้ดีว่า เรื่องดังกล่าวในจังหวัดภูเก็ต ยังไม่เป็นที่รู้จักกันดี จึงได้ตัดสินใจในการที่จะทำให้ทุกคนรู้จักกับความมหัศจรรย์และประโยชน์ของสารอินทรีย์ชีวภาพ และนั่นเองที่ทำให้หมอ กับคุณปิยวรรณ กิ่งแก้ว เพื่อนของหมอ ได้ร่วมกันจัดตั้ง โรงเรียน สุโข สปา อคาเดมี่ ขึ้นมา เพื่อที่ผลิตพนักงานให้กลายเป็นเทอราปิสหรือบุคคลากรด้านสปาผู้มีความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ”
หลังจาก โรงเรียน สุโข สปา ได้เปิดตัว....
“เราได้เริ่มเปิดเป็นสปาเล็กๆ บริเวณหมู่บ้านศรีสุชาติ และด้วยประสบการณ์ เราจึงเชื่อว่า เราสามารถที่จะขยายและสามารถทำให้ทุกคนรู้จักกับสปาของเราได้ไม่ยาก และเป้าหมายของเราที่สุดแล้วนั้น คือ การบอกให้โลกรู้ถึง ความภาคภูมิใจของสปาไทย และที่สำคัญ เราได้เรียนรู้ว่า “Wellness Retreat” ที่ชาวตะวันตกเรียกกันนั้น ก็คือ การทำสปาในแบบของไทยนั่นเอง
หลังจากนั้น เราได้ย้ายจากสปาที่เก่า มาเป็น สุโข สปา ที่ยิ่งใหญ่อย่างในปัจจุบัน และได้พัฒนา สุโข สปา จนกลายเป็น สปา แห่งวัฒนธรรมไทย ที่รู้จักกันอย่างกว้างดังเช่นในทุกวันนี้”

|
“สปา” ในความหมายของคุณหมอ คืออะไร?
“สปา เป็นศิลปะแห่งการขจัดสารพิษ และการกระตุ้นระบบการทำงานของต่อมน้ำเหลืองให้ทำงานเป็นปกติ ด้วยหลักการที่ว่า การดูแลรักษาสุขภาพ โดยวิธีการป้องกัน ที่ไม่ใช่การรักษา ซึ่งถ้าหากเรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกระบวนการของสปา จะรู้ดีว่าไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นสารพิษ ในขณะที่เราเองพยายามที่จะขจัดสารพิษที่มีอยู่ร่างกายให้หมดไป เราจึงเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และไม่มีส่วนประกอบของสารโซเดียม ซัลเฟต ผลิตภัณฑ์ของเราทุกชนิด ยังได้รับมาตรฐานเดียวกับยาที่ใช้ในด้านเภสัชกรรม” |
วางแผนในอนาคตไว้อย่างไร กับ สุโข สปา?
“เรามองดูการขยายตลาดของ สุโข สปา และเราเองเพิ่มกิจกรรมต่างๆ เช่น มวยไชยา โยคะ และอาหารสปา ที่จะปรุงจากส่วนผสมสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และเครื่องเทศชนิดต่างๆ รวมไปถึงรีสอร์ท ใน สุโข สปา เพราะเราตระหนักดีว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ต่างมุ่งหวังที่จะพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย จึงทำให้เราเกิดความคิดในการรวมเอาสิ่งต่างๆ ไว้ในการใช้ชีวิตในแบบความเป็นไทย...ที่นี่”
ในทุกวันนี้ ดูเหมือนว่า ทุกคนต่างมีส่วนในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และที่ สุโข สปา มีส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไรบ้าง?
“เราไม่ต้องทำอะไรใหม่ เพื่อเป็นการลดภาวะโลกร้อน เพราะเรายึดหลักในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ในยุคแรกเริ่มของ สุโข สปา มาแล้ว ดังที่คนสมัยก่อนต่างบอกคนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม ทางเราจึงนำแนวคิดเหล่านี้มาปรับเปลี่ยนใช้ให้เหมาะสมกับการทำสปา โดยที่ยังคงรักษาธรรมชาติของดิน ต้นไม้ และน้ำเอาไว้
ที่ สุโข สปา ปลูกต้นไม้ไว้มากมายเพื่อการตกแต่งสถานที่และใช้ในการทำสปา เราเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยชีวภาพ โดยที่ช่วยในการรักษาดินไม่ให้ถูกทำลาย และสปาของเรา จะไม่มีการนำสารโซเดียม ซัลเฟตมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของเรา เพื่อเป็นการรักษาสภาพของน้ำให้สะอาด”
แบ่งเวลาให้กับการทำงาน และกับครอบครัวอย่างไร?
“หมอพยายามที่ทำให้เวลาของการทำงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของเวลาของครอบครัวไปด้วย แต่ในทางกลับกันก็ต้องอย่าให้เรื่องงานต้องกระทบกับเรื่องครอบครัวด้วย หมอไม่ได้คิดแต่เรื่องงานอยู่ตลอดเวลา แต่จะบริหารเวลาของตัวเองให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด ซึ่งถ้าคุณสามารถทำได้ ก็จะก่อให้เกิดผลดีในทั้งสองด้าน”
|